จบนะเจ๊!!!...ล่าสุดหมอออกมาฟันธงแล้วว่า"หญิงไก่"ป่วยจิตหรือไม่ งานนี้ เวรกรรมแท้ๆ

Publish 2016-07-14 09:02:09

ความคืบหน้าคดีนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือหญิงไก่ ถูกตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จ พยายามค้ามนุษย์ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ก่อนนำตัวไปควบคุมที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ส่วนผู้เสียหายที่ถูกนางมณตาแจ้งความเท็จในคดีลักทรัพย์นายจ้างที่ สน.ประชาชื่น เข้าให้ข้อมูลกับ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เรื่อง
          การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่รับคดีหลังพบความผิดปกติ จนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนข้อเท็จจริง นอกจากนี้ นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มอบข้อมูลบุคคลใกล้ชิดนางไก่ที่สูญหายไร้ร่องรอยอย่างน้อย 2 รายกับตำรวจ มีทั้งคนขับรถคนสนิทและเศรษฐินีเจ้าของที่ดินใน จ.อุดรธานี นั้น
          เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 กรกฎาคม ที่ บก.ป. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนางมณตา โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวว่า คดีนางไก่นั้นก่อนหน้านี้ได้แบ่งงานให้แต่ละหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านกระจายตรวจสอบแล้ว ในส่วนของนายสุนทร หรือโก้ ขันหิน คนขับรถคนสนิทของนางไก่นั้น ยังมีชีวิตอยู่ แต่จะหลบหนีไปเพราะเหตุใดนั้นยังไม่ทราบ อยู่ระหว่างหาข้อเท็จจริง ในส่วนของเศรษฐินีที่ จ.อุดรธานีนั้น ตำรวจมีพยานหลักฐานระบุได้ว่าน่าจะเสียชีวิต แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้
          ข่าวแจ้งว่า นายสุนทรได้ประสานผ่านพระวัดนังคัลจันตรี อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ว่าจะเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน บก.ป.ในวันที่ 22 กรกฎาคมนี้
          พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนางไก่ แจ้งความเอาผิดลูกจ้างลักทรัพย์นายจ้าง 9 คดี เหตุเกิดท้องที่ สน.ประชาชื่น ว่ามีความคืบหน้าไปมาก ภายในสัปดาห์นี้จะมีความชัดเจน หากพบบกพร่องโดยสุจริต ไม่ได้มีเจตนา ไม่ได้ทุจริต ถือว่าผิดวินัยไม่รุนแรง จะพิจารณาตามขั้นตอนตามกฎ ก.ตร. แต่หากพบว่าทุจริต ผิดวินัยร้ายแรง ต้องไล่ออก
          พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น. กล่าวว่า คณะกรรมการประชุมพิจารณาความบกพร่องทั้ง 9 สำนวนคาดว่าจะเสร็จทันใน วันที่ 14 กรกฎาคม เพื่อแถลงข้อมูลอีกครั้งเวลา 13.00 น. นอกจากพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวนคดีนั้นๆ แล้ว ระเบียบคำสั่ง ตร.ที่ 419 ระบุไว้ชัดเจนว่า ให้ระดับหัวหน้างานสอบสวน ระดับ ผกก.หัวหน้าสถานี และรอง ผบก. ที่รับมอบหมายจาก ผบก. ดูแลงานสอบสวน มีหน้าที่ตรวจสำนวนการสอบสวนให้เป็นไปตามระเบียบคำสั่ง ตร.ที่ 419 และเป็นไปตาม ป.วิอาญา สำหรับนายตำรวจที่ต้องถูกตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นมีตั้งแต่ระดับ รอง ผบก.-รอง สว. 12-13 นาย ยืนยันว่าต้องมีพนักงานสอบสวนจาก 9 สำนวน ถูกตั้งข้อหา ผิดระเบียบ มีความบกพร่องไม่ตรวจสำนวน ทำสำนวนล่าช้า รวบรวมพยานหลักฐานไม่ครบถ้วน และไม่รวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน รวมถึงสอบสวนไม่ครบประเด็น การใช้ดุลพินิจโดยไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความบกพร่องในการทำสำนวนคดีอาญา




  ข่าวแจ้งว่า สำหรับเศรษฐินีที่ จ.อุดรธานี ทราบชื่อนางฉวีวรรณ ตั้งวิริยะกุล โดยพยาน ให้การว่าเมื่อปี 2546 นางไก่เคยมาติดต่อขอซื้อที่ดินจริง มาพร้อมกับนายปิติ ตั้งวิริยะกุล สามีเก่าของเศรษฐินี โดยนางไก่ได้แสดงตนว่าเป็นคุณหญิง ทุกครั้งที่มาจะมีคนติดตาม และรถนำขบวนของตำรวจท่องเที่ยว มี ร.ต.อ.คอยติดตามมาด้วย ทำให้คนแถวนั้นเชื่อว่านางไก่เป็นคุณหญิงจริงๆ โดยเมื่อ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2546 นางฉวีวรรณเข้ารักษาตัวที่คลินิกหมออุดม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร และรักษาตัวเพียง 7 วัน ก่อนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2546 จากนั้นนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีสว่าง จ.สกลนคร ก่อนจะฌาปนกิจศพในวันที่ 3 ธันวาคมปีเดียวกัน โดยมีนางมณตาเป็นผู้แจ้งการตาย ภายหลังการเสียชีวิตของนางฉวีวรรณ ที่ดินแปลงดังกล่าวถูกโอนเป็นกรรมสิทธิ์ของนายปิติ และถูกขายให้กับผู้อื่นในราคา 8 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันที่ดินดังกล่าวถูกปลูกสร้างเป็นบ้านพัก ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลว่าการขายที่ดินดังกล่าว นางไก่มีส่วนได้เสียหรือไม่ ทั้งนี้ ชุดสืบสวนพบพิรุธและตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดถึงต้องรีบจัดการศพโดยใช้เวลาเพียง 1 วัน
          ข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนเดินทางไปที่วัดศรีสว่าง สอบปากคำพระสงฆ์ระบุว่ามีการตั้งศพไว้ที่วัดจริง มีผู้ร่วมงานประมาณ 50 คน และอยู่ระหว่างสอบปากคำสัปเหร่อ แพทย์ที่รักษานางฉวีวรรณว่าเสียชีวิตจากสาเหตุใด รวมทั้งเจ้าของที่ดินคนปัจจุบันเพื่อหาความเชื่อมโยง
          ขณะที่ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงกระแสข่าวนางมณตาเสียชีวิต ระหว่างถูกควบคุมตัวที่ทัณฑสถานหญิงกลางว่า ตรวจสอบเบื้องต้นกับกรมราชทัณฑ์แล้วพบว่าไม่เป็นความจริง เพียงแต่มีการตรวจร่างกายทั่วไป พบว่าสภาพร่างกายโดยทั่วไปปกติ คงมีภาวะเครียดบ้าง


  ด้าน นายปฏิคม วงษ์สุวรรณ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เรือนจำได้ตรวจอาการของนางมณตา ตามวงรอบการตรวจปกติ เบื้องต้นแพทย์เรือนจำเห็นควรให้นางมณตาออกไปตรวจอย่างละเอียด ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เนื่องจากระบุว่ามีอาการป่วยทางจิตเวชและยังมีอาการป่วยอีกหลายโรค แต่จากการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดไม่พบอาการป่วยแต่อย่างใด ยืนยันว่านางมณตายังไม่เสียชีวิตตามที่มีกระแสข่าว
          ข่าวแจ้งว่า หลังแพทย์โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ตรวจอาการหญิงไก่โดยละเอียด และไม่พบว่ามีอาการป่วยแต่อย่างใด และเตรียมนำตัวส่งกลับไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง นางมณตาเกิดอาการเป็นลมต่อหน้า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันพยุงหญิงไก่ขึ้นรถห้องขังกลับไปควบคุมตามเดิม
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายสงกานต์ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์" เป็นรูปภาพหญิงคนหนึ่งใช้ชื่อแทนตัวเองว่า "น้ำอ้อย" และพบว่าใบหน้าเหมือนนางไก่ โดยนายสงกานต์เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2558 โดนนางน้ำอ้อยซึ่งมีใบหน้าเหมือนนางไก่ ได้ไปกู้เงินนอกระบบ 288,000 บาท โดยใช้รถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน ฏ 2345 กรุงเทพมหานคร มาจำนำ โดยให้ตามไปเอารถคันดังกล่าวที่โรงแรม ภายหลังปรากฏไม่พบรถคันดังกล่าว ทางเจ้าหนี้จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่ท้ายสุดแล้วมีบุคคลที่สามมาเคลียร์ปัญหาดังกล่าวให้ เรื่องจึงเงียบไป

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

 

ทั้งนี้ ล่าสุด ได้ตรวจพบบัญชีรายชื่อตำรวจที่ตกเป็น"เบ๊"หญิงไก่ ยาวเป็นหางว่าว ตั้งแต่"พ.ต.อ.-ร.ต.ท" รายละเอียดเพิ่มเติมที่  >> http://headshot.tnews.co.th/contents/196161/ <<



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ภัทราพร วโรภาสพิมาน