ลับสุดยอด!!!เปิดแผนยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ สหรัฐฯ ฉบับใหม่ เร่งพัฒนานิวเคลียร์ขนาดเล็ก จัดการรัสเซีย นำระเบิดนิวเคลียร์แรงโน้มถ่วงซุกหลายประเทศ

Publish 2018-02-04 07:19:17

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านนโยบายนิวเคลียร์ของตัวเองฉบับใหม่ ออกมาล่าสุด ซึ่งเป็นไปตามกรอบของรายงานการทบทวนทรรศนะนิวเคลียร์ หรือที่เรียกกันว่า เอ็นพีอาร์

 



กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เปิดเผยร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านนโยบายนิวเคลียร์ของตัวเองฉบับใหม่ ออกมาล่าสุด ซึ่งเป็นไปตามกรอบของรายงานการทบทวนทรรศนะนิวเคลียร์ หรือที่เรียกกันว่า เอ็นพีอาร์

โดยร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านนโยบายนิวเคลียร์ ฉบับนี้ได้มีการว่าสหรัฐฯควรขยายขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ เพื่อให้สอดคล้องกับการแข่งขันของมหาอำนาจ และการเผชิญหน้า นั่นคือสองประเทศที่สหรัฐฯมองว่าเป็นภัยคุกคามใหม่ คือรัสเซียกับจีน นอกจากนั้นแล้วยังมีภัยคุกคามจากนิวเคลียร์ จากอิหร่านและเกาหลีเหนือ อีกด้วย

 

 

แต่สิ่งที่น่าสนใจ จากร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านนโยบายนิวเคลียร์ นั้นทางด้านสหรัฐฯ มองว่าสหรัฐฯ ไม่ได้เดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แบบเดิมอีกต่อไป แต่สหรัฐฯ จะเดินหน้าในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในแบบใหม่ นั่นคือ อาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็ก  โดยจะมีน้ำหนักน้อยกว่า 5 กิโลตัน ซึ่งจะสร้างความเสียหายในระดับต่ำ หากเทียบกับระเบิดปรมาณู อย่างที่สหรัฐฯ เคยใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 กับญี่ปุ่น ซึ่งขณะนั้นมีขนาดถึง 20 กิโลตัน

 

 


ร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านนโยบายนิวเคลียร์ ฉบับนี้ยังได้มีการพูดถึงการพัฒนายุทโธปกรณ์ใต้น้ำในบางรุ่น นั้นได้มีการดำเนินการติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็ก ดังกล่าวไว้ด้วย โดยทางสหรัฐฯ เชื่อว่าขณะนี้ทางด้านรัสเซีย ซึ่งสหรัฐฯ กำลังมองว่าเป็นภัยคุกคามใหม่นั้น กำลังดำเนินการพัฒนาอาวุธชนิดนี้ด้วยเช่นกัน

สหรัฐฯ ยังได้แสดงถึงเจตนารมณ์ของที่จะควบคุมอาวุธและลดการสะสมนิวเคลียร์ คงไว้ซึ่งนโยบายงดทดสอบนิวเคลียร์ และยกระดับความพยายามในการป้องกัน ตรวจจับ และตอบโต้การก่อการร้ายด้วยอาวุธนิวเคลียร์

 

 

แต่สิ่งที่น่าสนใจ นั้นคือสิ่งที่ทางด้านเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ระบุเอาไว้ว่าสหรัฐฯ กำลังมองว่าความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น ทั้งหมดนั้นรวมถึงการที่รัสเซียยึดคาบสมุทรไครเมีย และใช้อาวุธนิวเคลียร์คุกคามพันธมิตรของสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่ารัสเซียได้ตัดสินใจที่จะหวนกลับสู่การแข่งขันเพื่อแสวงหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ สิ่งที่สหรัฐฯเป็นกังวลก็คือ รัสเซียอาจย่ามใจว่าสหรัฐฯ มีแต่อาวุธนิวเคลียร์แบบดั้งเดิมซึ่งอำนาจทำลายล้างสูงมาก และคงไม่กล้านำออกมาใช้งานจริง เพราะจะสร้างความเสียหายร้ายแรงและคร่าชีวิตประชากรจำนวนมาก

 


ในขณะที่ทางด้าน เกร็ก วีฟเวอร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายศักยภาพทางยุทธศาสตร์ประจำคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐฯ ได้ย้ำว่า ขณะนี้รัสเซียกำลังมองว่าสหรัฐฯ นั้นมียุทธศาสตร์และศักยภาพที่ด้อยกว่ารัสเซีย และไม่สามารถที่จะต่อกรกับรัสเซีย ได้อีกแล้วดังนั้นสหรัฐฯ และนาโตจำเป็นต้องมีอาวุธนิวเคลียร์อานุภาพต่ำที่หลากหลายเพื่อจุดประสงค์อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ทำให้ผู้นำรัสเซียตระหนักว่าถ้าพวกเขากล้านำอาวุธนิวเคลียร์ออกมาใช้ก่อนในสงครามกับนาโต เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาทำสำเร็จตามเป้าหมาย และจะให้พวกเขาเผชิญกับความสูญเสียยิ่งกว่าประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับเสียอีก

 

 


ซึ่งปัจจุบันนี้สหรัฐฯ เชื่อว่า รัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์ที่ไม่ใช่เพื่อการใช้งานทางยุทธศาสตร์อยู่ประมาณ 2,000 หัว ซึ่งมากกว่าที่มีการตกลงกันไว้
สำหรับ ร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านนโยบายนิวเคลียร์ ฉบับนี้มีความหนา 74 หน้า เป็นการปรับปรุง อีกครั้งจากเมื่อปี 2553 ซึ่งขณะนั้นทางด้าน ได้เกิดเหตุการณ์ที่ทางด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา และประธานาธิบดีดมิทรี เมดเวดฟ ผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำรัสเซีย ได้ลงนามร่วมกันในสนธิสัญญาสันติภาพระดับทวิภาคี ว่าด้วยการลดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ ที่เรียอว่านิว สตาร์ท ซึ่งสนธิสัญญามีผลเมื่อเดือนกุมภาพันธ์  2554 และจะหมดอายุในปี 2564 แต่ท้ายที่สุดแล้วทั้งสองฝ่าย ต่างก็ยังคงออกมากล่าวหาว่ายังคงครอบครองอาวุธนิวเคลียร์มากเกินกว่าที่กำหนดไว้ในสนธิสัญญา

 


ยุทธศาสตร์ใหม่ของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงสานต่อนโยบายเดิมของ บารัค โอบามา ที่ให้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ให้มีความทันสมัยทั้ง 3 ข้อ คือ
1.ขีปนาวุธข้ามทวีปภาคพื้นดิน (ground-based intercontinental ballistic missiles)
2. อาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำ (submarine-launched weapons)
3.ระเบิดที่ทิ้งจากเครื่องบิน

แต่ก็มีสิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดของยุทธศาสตร์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ นั้น จะเน้นลักษณะเชิกรุกมากว่า ของทางด้านบารัค โอบามา ที่เน้นลดบทบาทของอาวุธนิวเคลียร์

 

 


ปัจจุบันนี้ทางด้านสหรัฐฯ ครอบครองคลังแสงนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ และยังมีระเบิดนิวเคลียร์แรงโน้มถ่วง B-61 จำนวน 150 ลูกเก็บไว้ในหลายประเทศทั่วยุโรป ซึ่งสามารถนำมาปรับแต่งเพื่อลดอานุภาพทำลายล้างลงได้  ซึ่งปัจจุบันนี้สหรัฐฯเองก็มีแผนพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์รุ่นใหม่ๆ ที่สามารถยิงจากเรือดำน้ำหรือเรือรบทั่วไปได้ ซึ่งจะช่วยให้สหรัฐฯ ไม่ต้องขนอาวุธไปเก็บสะสมไว้ในยุโรปอีกต่อไป และยังหลบหลีกระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียได้ง่ายขึ้น

 


 ขณะที่ทางด้านรัสเซีย ได้ออกมาประณามแนวทางอันก้าวร้าวและต่อต้านรัสเซียของนโยบายขีปนาวุธใหม่ของสหรัฐฯ พร้อมเตือนว่า พวกเขาจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงของตนเอง และสำคัญกว่านั้นสหรัฐฯ จะต้องตระหนักถึงความอันตรายระดับสูง จากสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนโยบายดังกล่าว

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล