ยึดคืนโมซุล ใช่ว่าไอเอสจะหมดไป เมื่อเชื้อร้ายแพร่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก

Publish 2017-07-11 03:53:06

ชัยชนะครั้งนี้ต้องแลกกับความเสียหายอย่างหนักเช่นกันคือ พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองโมซุล เมืองใหญ่อันดับสองของอิรักอยู่ในสภาพเสียหายจากสงคราม มีคนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บหลายพันคน และชาวบ้านอีกเกือบหนึ่งล้านคนต้องละทิ้งถิ่นฐานเพื่ออพยพไปยังที่ปลอดภัย ปัญหาใหญ่ที่รอคอยให้รัฐบาลอิรักดำเนินการต่อไปคือการฟื้นฟูบูรณะเมืองและการป้องกันและปราบปรามกลุ่มไอเอสไม่ให้เข้าไปจัดตั้งที่มั่นในเมืองนั้นอีก



นายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัล-อะบาดีของอิรักว่า ผู้นำอิรักตรวจเยี่ยมเมืองโมซุล พร้อมชื่นชมกองทัพฯหลังประสบชัยชนะในการยึดเมืองกลับคืนมาจากกลุ่มรัฐอิสลาม(ไอเอส) นายอะบาดีแต่งชุดลายพรางและสวมหมวกแก๊ปของทหาร จับมือทักทายเจ้าหน้าที่ความมั่นคงในพื้นที่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอิรักปักธงชาติอิรักเหนือไว้เหนืออาคารต่างๆ ในจุดที่ขบวนรถผู้นำอิรักแล่นผ่าน นับเป็นชัยชนะเหนือกลุ่มไอเอสครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่กองทัพอิรักสู้รบมา ระบุว่าผู้นำอิรักได้ตรวจเยี่ยมเมืองโมซุล เพื่อแสดงความยินดีกับทหารหาญ

 

 



ต่อมาผู้นำอิรักระบุในแถลงการณ์ว่าเขาจะประกาศชัยชนะด้วยตนเองก็ต่อเมื่อพื้นที่สุดท้ายของเมืองที่มีนักรบกลุ่มไอเอส หลงเหลืออยู่ได้รับการปลดแอกแล้วโดยสมบูรณ์ โดยผู้นำอิรักเชื่อมั่นว่ากองทัพอิรักจะมีชัยชนะอย่างแน่นอน เนื่องจากขณะนี้นักรบกลุ่มไอเอสที่เหลืออยู่ถูกปิดล้อมไว้ทั้งหมดแล้ว จึงเป็นเรื่องของระยะเวลาที่ผู้นำอิรักจะได้แถลงให้สาธารณชนในอิรักทราบถึงชัยชนะครั้งสำคัญต่อไป ระบุว่าการที่เขาเลื่อนเวลาในการประกาศชัยชนะออกไปก่อนเนื่องจากเขาต้องการจะให้เกียรติการทำงานของกองทัพฯ ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติการกลุ่มไอเอสปราบปรามกลุ่มไอเอส 1 หรือ 2 แห่งที่ยังต้านทานการบุกของกองทัพฯ แต่ในภาพรวมถือว่าชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของกองทัพอิรักอยู่แค่เอื้อม


 

 

 

 


แต่ชัยชนะครั้งนี้ต้องแลกกับความเสียหายอย่างหนักเช่นกันคือ พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองโมซุล เมืองใหญ่อันดับสองของอิรักอยู่ในสภาพเสียหายจากสงคราม มีคนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บหลายพันคน และชาวบ้านอีกเกือบหนึ่งล้านคนต้องละทิ้งถิ่นฐานเพื่ออพยพไปยังที่ปลอดภัย ปัญหาใหญ่ที่รอคอยให้รัฐบาลอิรักดำเนินการต่อไปคือการฟื้นฟูบูรณะเมืองและการป้องกันและปราบปรามกลุ่มไอเอสไม่ให้เข้าไปจัดตั้งที่มั่นในเมืองนั้นอีก ก่อนหน้านี้ กลุ่มไอเอสเข้ายึดครองพื้นที่คร่อมชายแดนอิรัก-ซีเรียเมื่อกลางปี 2557 และจัดตั้งรัฐอิสลาม จากนั้นเป็นต้นมากลุ่มไอเอสสูญเสียพื้นที่กลับคืนให้กับกองทัพอิรักและซีเรียอย่างต่อเนื่อง

ทางด้าน พล.ท.ซามี อัล-อริดฮี แห่งกองกำลังต่อต้านการก่อการร้าย (ซึทีเอส) ซึ่งเป็นหน่วยรบพิเศษชั้นนำของรัฐบาล และเป็นหัวหอกในการเข้าตีโมซุลคราวนี้ กล่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลกำลังเข้าสู้รบอย่างหนัก กับพวกสมาชิกไอเอสที่ยังหลงเหลืออยู่ แต่ใกล้จะยุติแล้ว โดยน่าจบลงได้ ทั้งนี้เขาบอกว่านักรบญิฮาดเหล่านี้ยังยืดพื้นที่ในเขตเมืองเก่าเอาไว้แค่ประมาณ 200 x 100 เมตรเท่านั้น แต่ก็ยังไม่ยอมจำนน
 


สำนักนายกรัฐมนตรีบอกว่า ระหว่างอยู่ในโมซุล อะบาดีได้พบกับบรรดาผู้บัญชาการรบ และออกคำสั่งในการปกป้องชัยชนะและถอนรากถอนโคนไอเอส รวมทั้งฟื้นความปลอดภัยและเสถียรภาพของเมืองนี้

ทางด้านประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครองของฝรั่งเศส, ไมเคิล ฟอลลอน รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ รวมถึงจาวาด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เป็นผู้นำโลกกลุ่มแรกๆ ที่แสดงความยินดีกับการปลดปล่อยโมซุล ขณะที่สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ แจ้งว่า สถานการณ์การสู้รบในโมซุลยังไม่สิ้นสุดอย่างสมบูรณ์ และอเมริกากำลังติดตามอย่างใกล้ชิด

 

 


กองกำลังอิรักสามารถปลดแอกในนครใหญ่อันดับ 2 ของอิรักได้ทั้งหมด ชัยชนะครั้งนี้ก็ต้องแลกกับความเสียหายใหญ่หลวงของโมซุล ผู้คนบาดเจ็บล้มตายนับพัน และประชาชนเกือบล้านต้องทิ้งบ้านเรือนหนีตาย
รัฐบาลอิรักไม่เปิดเผยตัวเลขความสูญเสียของกองทัพ แต่เอกสารคำร้องเพื่อขอทุนสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า หน่วยรบซีทีเอส สูญเสียกำลังพลถึง 40%

ไอเอสนั้นเข้ายึดครองโมซุลตั้งแต่กลางปี
2014 และประกาศตั้งรัฐกาหลิบแบบอิสลาม หรือ คอลิฟะห์ ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางในอิรักและซีเรียที่อยู่ติดกัน

หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มพันธมิตรที่นำโดยอเมริกาได้เริ่มปฏิบัติการสู้รบกับไอเอสทั้งในซีเรียและอิรัก ด้วยการโจมตีทางอากาศและส่งที่ปรึกษาไปทำงานร่วมกับกองกำลังท้องถิ่นภาคพื้นดิ ปัจจุบัน ไอเอสสูญเสียพื้นที่ยึดครองส่วนใหญ่ โดยนอกจากโมซุลแล้ว เวลานี้กองกำลังชาวเคิร์ดและชาวอาหรับในซีเรียซึ่งได้รับการหนุนหลังจากสหรัฐฯ ก็กำลังสู้รบเพื่อขับไล่นักรบญิฮาดกลุ่มนี้ออกไปจากเมืองร็อกเกาะห์ ซึ่งมีฐานะเป็นเมืองหลวงโดยพฤตินัยในซีเรียของไอเอส


สำหรับโมซุลนั้น กองกำลังต่างๆ ของฝ่ายรัฐบาลอิรักได้เปิดยุทธการมุ่งตีโมซุลคืนตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยสามารถยึดฟากตะวันออกของเมืองที่ถูกแบ่งครึ่งโดยแม่น้ำไทกริสแห่งนี้เอาไว้ได้ในเดือนมกราคมปีนี้ และจากนั้นก็เปิดฉากการสู้รบเพื่อตีฟากตะวันตกของเมืองในเดือนถัดมา

 



ทว่าการสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือดและยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกองกำลังฝ่ายรัฐบาลอิรักเคลื่อนเข้าสู่เขต “เมืองเก่า” ที่มีประชากรหนาแน่นของฟากตะวันตกช่วงไม่กี่วันมานี้ กองกำลังความมั่นคงสังหารนักรบญิฮาดจำนวนมากที่พยายามหลบหนีจากโมซุล เช้าวันอาทิตย์ กองบัญชาการปฏิบัติการร่วมของอิรักแถลงว่า สังหารผู้ก่อการร้าย 30 คนที่พยายามหนีข้ามแม่น้ำ

ด้านสหประชาชาติ ระบุ ว่า พลเรือน 920,000 คนต้องทิ้งบ้านเรือนนับจากสงครามในโมซุลระเบิดขึ้นในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และการฟื้นฟูโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานของเมืองนี้อาจต้องใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ลิส แกรนด์ ผู้ประสานงานด้านสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นแถลงว่า แม้การสู้รบจบลง แต่วิกฤตมนุษยชนยังไม่จบ


แต่ถึงแม้ยึดเมืองโมซุลกลับคืนมาได้ ก็ยังไม่ได้หมายความถึงการสิ้นสุดภัยคุกคามจากไอเอส ที่ยังคงยึดครองที่มั่นจำนวนหนึ่งในอิรัก รวมทั้งมีความสามารถที่จะก่อเหตุโจมตีด้วยระเบิด ซึ่งก็รวมถึงระเบิดฆ่าตัวตายด้วย ในพื้นที่ยึดครองของฝ่ายรัฐบาล


แพทริก มาร์ติน นักวิเคราะห์สถานการณ์อิรักจากสถาบันศึกษาสงคราม เตือนว่า การยึดเมืองโมซุลกลับคืนมาได้ไม่ใช่การปิดประตูตอกฝาโลงไอเอส เพราะถ้ากองกำลังความมั่นคงไม่ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่า ชัยชนะเหนือไอเอสจะยังคงอยู่ในระยะยาว รวมทั้งไม่สามารถสร้างความปรองดองระหว่างชนกลุ่มต่างๆ ในประเทศได้ ในทางทฤษฎีแล้วไอเอสยังคงสามารถฟื้นคืนชีพและกลับมายึดครองพื้นที่เขตเมืองต่างๆ อีกครั้ง


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล