หรือมันถึงเวลาตามที่นอสตราดามุสชี้ชะตาโลกไว้??เผยปริศนา..นอสตราดามุส ทำนายอะไรไว้เมื่อ 400 ปีที่แล้ว? วันนี้ สิ่งนั้นกำลังมาเยือน ตอนที่ 1

Publish 2017-04-11 20:57:23


เพจแฉ..ความลับ โดยเสธน้ำเงิน ได้เผยแพร่บทความ เผยปริศนา..นอสตราดามุส ทำนายอะไรไว้เมื่อ 400 ปีที่แล้ว? ซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

เมื่อพูดถึง นอสตราดามุส หลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของเขาจากคำพยากรณ์ต่างๆ ที่สอดคล้องกับแต่ละสถานการณ์บนโลก นอสตราดามุส เป็นชื่อภาษาละตินของชาวฝรั่งเศส เขามีเชื้อสาย “ ยิว” มีชื่อเต็มว่า ไมเคิล เดอ นอสเตรอดัม ได้รับการขนานนามจากชาวโลกว่าเป็น “ราชาโหรโลก” หรือปรมาจารย์แห่งโหราศาสตร์เอกของโลก

เขาเกิดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 1503 ตรงกับสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 12 ของฝรั่งเศส (ค.ศ.1498-ค.ศ.1515) บ้านเกิดอยู่ที่ เมืองแซงต์ เรมี เดอ โปรวองซ์ ประเทศฝรั่งเศส ในครอบครัวของ ชาคส์ กับ เรอเน เดอ นอสเตรดัม นายทะเบียนผู้รุ่งเรืองของเมือง

นอสตราดามุส เกิดร่วมสมัยกับ มาร์ติน ลูเธอร์ ผู้นำแห่งศาสนาคริสเตียนนิกายโปรเตสแตนต์ , พระเจ้าหลุยส์ที่ 12 แห่งฝรั่งเศส ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ชาวยิวทุกคนเปลี่ยนศาสนาเดิม มานับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ เรียกว่า คริสเตียน โดยเข้ารับศีลจุ่ม (บัปติสมา)

ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ร้อนระอุ ครอบครัวนอสตราดามุส ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า จึงจำเป็นที่จะต้องเลือกทางออก ด้วยการรับศีลเข้ารีตเป็นคริสเตียน แต่ภายในบ้านก็ยังยึดถือปฏิบัติศาสนกิจตามความเชื่อของยิวอย่างลับๆ มาโดยตลอด

เมื่อนอสตราดามุสมีอายุครบ 14 ปี คุณปู่ แนะนำให้เข้าเรียนต่อด้านศิลปศาสตร์ ที่เมืองอาวียอง แหล่งวิชาสำคัญของฝรั่งเศสยุคนั้น เขาศึกษาวิชาปรัชญา , ไวยากรณ์ และศิลปการพูด ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิดของพระ ยามว่างมักใช้เวลาหมดไปในห้องสมุด

ที่แห่งนี้ นอสตราดามุสได้พบหนังสือหลายเล่ม ที่เขียนบันทึกเกี่ยวกับเรื่องของไสยศาสตร์ผีสางและเวทมนตร์ รวมทั้งชีวประวัติของศาสดาพยากรณ์ ในพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งทำให้เกิดความสนใจในวิชาโหราศาสตร์มากขึ้น ถึงขนาดลงมือค้นคว้าหลักการทำนายอนาคต

นอสตราดามุส มีความรู้แตกฉานด้านดาราศาสตร์ หรือจะด้วยพลังจิตทัศน์ ที่แฝงอยู่ในตัวมาก่อนก็ตาม เขาได้คิดหันชีวิตมุ่งไปทางโหราศาสตร์อย่างจริงจัง และด้วยคุณปู่คนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจความปรารถนา จึงให้ยึดถืออาชีพการแพทย์ควบคู่ไปกับการมุ่งศึกษาด้านโหราศาสตร์

ปี ค.ศ.1525 นอสตราดามุส สอบผ่านจบหลักสูตร ได้ปริญญาบัตรการแพทย์จากมหาวิทยาลัยมองต์เปลีเยร์ พร้อมด้วยใบประกอบโรคศิลปทางแพทย์ และเมื่อเกิดกาฬโรคระบาดร้ายแรงทางตอนใต้ของฝรั่งเศส โรคระบาดทำให้ผู้คนเสียชีวิตดุจใบไม้ร่วง

คนป่วยนอกจากจะได้รับความเจ็บปวดอย่างสาหัสแล้ว ยังได้รับการทรมานจากแผลที่เน่าเฟะเป็นหนอง ส่งกลิ่นเหม็นอบอวลไปทั่ว ถึงรักษาหายก็ยังฝากรอยแผลเป็นไว้ตามตัวและใบหน้า แพทย์ทุกคนทำงานหนักในห้วงเวลานี้



นอสตราดามุส มีความระแวดระวังภัยรอบตัว มาแต่อ้อนแต่ออก จึงทำให้เขารอดจากการจ้องจับผิดของเจ้าหน้าที่สังฆจักรโรมันคาทอลิกอยู่เรื่อยมา ชื่อของ นอสตราดามุส อยู่ในบัญชีดำ เป็นผู้ถูกเพ่งเล็งหมิ่นเหม่ ต่อการถูกเรียกตัวเข้าคอก เป็นจำเลยเพื่อไต่สวนหลายครั้ง

แต่เพราะความเป็นนายแพทย์ที่สร้างคุณประโยชน์ อาจหาญรักษาเพื่อนร่วมชาติที่ล้มตายด้วยโรคระบาดตามหัวเมืองต่างๆ โดยไม่คำนึงถึงความน่าสยดสยองของโรคร้าย ความดีอันนี้ จึงมีส่วนช่วยเป็นเกราะกำบังภัยให้นอสตราดามุสเรื่อยมา

ปี ค.ศ.1529 โรคระบาดเริ่มทุเลาลดลง นอสตราดามุสหวนกลับมาติดตามความตั้งใจเดิมที่ตกค้างคาใจอยู่ คือการอยากจะเผยแผ่ทฤษฎีการแพทย์ใหม่ให้แก่สถาบัน เขาทำปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยมองต์เปลีเยร์ กลายเป็นแพทย์มืออาชีพชื่อดังไป

แต่เมื่อเวลาผ่านไป นอสตราดามุส ต้องการอิสรภาพทางความคิด มาตรฐานวิชาแพทย์รูปแบบใหม่ที่นอสตราดามุสวางรากฐานไว้ แต่การสอนที่มหาวิทยาลัยมองต์เปลีเยร์ เริ่มเวียนวนซ้ำซาก จึงตัดสินใจลาออก นอสตราดามุสมุ่งหน้าเลาะไปตามเมืองต่างๆ ที่รู้จัก และประสบความสำเร็จในวิชาชีพเมื่อครั้งรักษาโรคระบาด

ปี ค.ศ.1534 เขาปักหลักตั้งสำนักงานแพทย์ที่เมืองตูลูส เพียงไม่นานผู้คนในเมืองตูลูส และใกล้เคียงต่าง มารับการรักษา ในจำนวนนี้มี จูเลียส ซีซาร์ สคาลิงเจอร์ นักคิดนักปรัชญาชื่อดังแห่งเมืองอายอง รวมอยู่ด้วย โดยคบกันอย่างถูกอัธยาศัยจนกลายเป็นเพื่อนสนิท นอสตราดามุสได้ตัดสินใจย้ายมาตั้งรกรากอยู่ในเมืองนี้ เป็นบุรุษเนื้อหอมของเมืองอายอง

ในที่สุดเขาตัดสินใจสละโสด เข้าพิธีแต่งงานกับหญิงสาวรวยทรัพย์มากเสน่ห์คนหนึ่งของเมือง โดยมีบุตรชายและบุตรสาวอย่างละหนึ่งคน ใช้ชีวิตช่วงนี้อย่างบรมสุข

ปี ค.ศ.1537 โรคระบาดที่ทะลักมาจากเมืองอื่น เริ่มเข้ามาคุกคามเมืองอายอง มีคนล้มตายเป็นจำนวนมาก กลางคืน นอสตราดามุส รวบรวมความรู้ประสบการณ์ที่เคยมีมา ออกตระเวนรักษาคนป่วยอย่างเต็มกำลังทุกวัน หาได้เฉลียวใจสักนิดไม่ว่า ความวิบัติหายนะกำลังคืบคลานเข้ามาสู่ตนกับครอบครัว

คืนวันหนึ่ง นอสตราดามุสกลับมาถึงบ้าน พบลูกและเมียตัวเองมีอาการไข้ของเชื้อกาฬโรค นอสตราดามุสกลับรักษาคนใกล้ตัวอันเป็นที่รักไว้ไม่ได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่างรวดเร็วและขาดการป้องกันที่ดี ภรรยาและลูกทั้งสองของนอสตราดามุส ต้องจบชีวิตด้วยโรคร้ายในคราวนั้น

เหตุการณ์เศร้าสลดของนอสตราดามุส ทำให้ชาวเมืองอายองเลิกเชื่อถือในวิชาแพทย์ของเขา อีกทั้งเพื่อนๆ ปัญญาชนที่เคยสนิท อย่างจูเลียส ซีซาร์ สคาลิงเจอร์ ที่รักใคร่สนิทสนมกันหนักหนาก็ตีจาก

ปี ค.ศ.1545 นอสตราดามุส กลับบ้านเกิดเมืองนอน มาเป็นลูกมือให้ลุย แซร์ แพทย์ชื่อดังซึ่งกำลังยับยั้งกาฬโรคที่ระบาดหนักในเมืองมาร์แซย์ จากนั้นได้เข้ารับมือกับกาฬโรคที่แพร่อยู่ในเมืองซาล็อง-เดอ-พรอว็องส์ กับ อิกซ์-อ็อง-พอรว็องส์ ด้วย

ปี ค.ศ.1547 นอสตราจึงตั้งรกรากที่เมืองซาล็อง-เดอ-พรอว็องส์ เรือนของเขายังมีอยู่ในบัดนี้ ที่เมืองนั้นเขาได้สมรสกับ อัน ปงซาด เศรษฐินีหม้าย และมีบุตรด้วยกัน 6 คน เป็นหญิง 3 ชาย 3

นอสตราดามุส กลับไปเยือนอิตาลีอีกครั้ง ครั้งนี้ เขาเบนเข็มจากสมุนไพรเป็นเรื่องคุณไสย พอได้รับทราบกระแสนิยมหลายกระแสแล้ว เขาก็เขียนกาลานุกรม สำหรับปี ค.ศ.1550 ขึ้นเผยแพร่ โดยใช้ชื่อสกุลตนเองเป็นภาษาละตินว่า “Nostradamus” เป็นครั้งแรก

กาลานุกรมของเขามียอดขายดีมาก ทำให้เขาเขียนกาลานุกรม อีกหลายฉบับอย่างน้อยปีละเล่ม ส่วนใหญ่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ของแต่ละปี แต่บางปีก็เริ่มแต่วันที่ 1 มีนาคม เมื่อรวมกาลานุกรมทั้งหมดแล้ว เป็นคำพยากรณ์จำนวน 6,338 บท และปฏิทินอย่างน้อย 11 ปี

นอสตราดามุส เริ่มมีชื่อเสียง และบุคคลสำคัญมากหน้าหลายตาก็เริ่มแห่กันมาร้องขอให้เขาทำนายโชคชะตาราศีให้ รวมถึงขอให้เขาใช้ “ญาณทิพย์” มอบคำปรึกษาให้ นอสตราดามุสมักให้ “ลูกค้า” ส่งมอบวันเดือนปีเกิด ที่เขียนลงบนตารางให้สำหรับใช้ทายทัก มากกว่าจะคำนวณตัวเลขเหล่านั้น ด้วยตนเหมือนดังที่นักดาราศาสตร์มืออาชีพพึงทำ

เมื่อนอสตราดามุสเขียนโคลง 4 พยากรณ์จำนวน 1,000 บท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาษาฝรั่งเศส และไม่ลงวันเวลากำกับไว้ แต่ด้วยเกรงว่า จะถูกต่อต้านด้วยเหตุผลทางศาสนา เขาจึงเขียนให้เนื้อความเคลือบคลุมเข้าไว้ โดยใช้กลวิธีทางวากยสัมพันธ์แบบเวอร์จิล ทั้งยังเล่นคำ และแทรกภาษาอื่น เช่น ภาษากรีก ภาษาอิตาลี ภาษาละติน และภาษาถิ่นพรอว็องส์

โคลงเหล่านี้ทำให้เขามีชื่อเสียงมากมาจนบัดนี้ โคลง 4 พยากรณ์ ได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ เลพรอเฟตี แปลว่า คำทำนาย เมื่อเผยแพร่แล้วมีเสียงตอบรับในทางบวกบ้างลบบ้างคละกันไป ชาวบ้านเชื่อว่า นอสตราดามุสเป็นทาสมาร เป็นนักพรตต้มตุ๋น หรือเป็นบ้า

แต่พวกผู้ลากมากดีไม่คิดเช่นนั้น แคทเธอรีน เดอ เมดีชี มเหสีพระเจ้าอ็องรีที่ 2 แห่งฝรั่งเศส เป็น 1 ในบรรดาผู้เลื่อมใส นอสตราดามุส อย่างเหนียวแน่นที่สุด เขาจึงได้รับแต่งตั้งเป็นปุโรหิต และหมอหลวงประจำพระเจ้าชาร์ลที่ 9 เขาได้รับความทรมานจากโรคเกาต์มาหลายปี ในบั้นปลายชีวิตเริ่มเคลื่อนไหวลำบาก จนโรคนั้นลุกลามกลายเป็นอาการบวมน้ำหรือท้องมานไป

ปี ค.ศ.1566 ปลายเดือนมิถุนายน เขาจึงเรียกทนายความประจำตัวมาเขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดซึ่งมีมูลค่ากว่า 3,444 คราวน์ (ราว 300,000 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน) พร้อมหนี้สินพ่วงมาด้วยเล็กน้อย ให้แก่ภริยาเขา ระหว่างที่ยังมิได้สมรสใหม่ เพื่อใช้เป็นทุนรอนเลี้ยงบุตรหญิงบุตรชายต่อไป

วันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ.1556 ช่วงบ่าย เขาบอกฌ็อง เดอ ชาวีญี เลขานุการส่วนตัวของเขา ว่า “พออาทิตย์ขึ้นแล้ว เจ้าจะไม่เห็นข้ามีชีวิตอีก” วันรุ่งขึ้น มีรายงานว่า เขาถูกพบเป็นศพนอนอยู่บนพื้นถัดจากเตียงและตั่งของเขา

ศพของเขาฝังไว้ที่วัดคริสต์ฟรันซิสกันในเมืองซาลง ซึ่งบัดนี้บางส่วนกลายเป็นภัตตาคารชื่อ ลาโบรเชอรี แล้ว แต่ในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส มีการขุดศพเขาขึ้นไปฝังที่ป่าช้าวัดแซ็ง-ลอแร็ง แทน ศพของเขาอยู่ที่นั่นมาตราบทุกวันนี้

------------------------>
ศาสตร์เก่าแก่ที่โลกซีกตะวันออก และ โลกตะวันตก ใช้เป็นเข็มทิศดำเนินชีวิตนั้น นอกเหนือจากคำพยากรณ์จากศาสดาต่างๆ แล้ว…ผลจากคำทำนายชะตาโลก ของนอสตราดามุสก็ทำให้ทั้ง 2 ซีกโลกพากันวิตกอยู่ไม่น้อย

หนังสือที่เขาเขียนมีการพิมพ์ครั้งแล้วครั้งเล่า ติดต่อกันมากว่า 400 ปีมาแล้ว เฉลี่ยได้ว่าทุกร้อยปีจะมีการพิมพ์คำทำนายของเขา หรือหนังสือเกี่ยวกับตัวเขา การทำนายของเขาอย่างน้อยก็เป็น 100 เล่ม , จักรพรรดินีโจเซฟิน ก็เคยให้นโปเลียนอ่านคำทำนายของ นอสตราดามุส

ขณะที่คุกบาสติลล์แตก กลุ่มนักปฏิวัติ บุกเข้าไปได้อ่านคำทำนายเกี่ยวกับตนเอง เนื่องจากมีหนังสือเกี่ยวกับคำทำนายของนอสตราดามุสวางทิ้งไว้บนโต๊ะในคุก ซึ่งมีคำกล่าวถึงความสำเร็จของการปฏิวัติไว้ด้วย หลังจากนั้นจึงได้มีการเปิดให้ประชาชนเข้าแถว มาอ่านคำทำนายของนอสตราดามุส ที่คุกบาสติลล์เป็นเวลาติดต่อกันถึง 10 วัน

รัฐมนตรีกระทรวงโฆษณาการ ของฮิตเลอร์ ก็เคยให้ฮิตเลอร์ อ่านคำทำนายของนอสตราดามุส และดัดแปลงใช้คำทำนายของเขาทำการโฆษณาการชวนเชื่อในประเทศยุโรป ที่ฮิตเลอร์ เข้ายึดครอง จนเป็นเหตุให้อังกฤษต้องวางแผนโฆษณาตอบโต้



คำทำนายของนอสตราดามุส เกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญ ๆ ของโลก ทั้งที่ช่วงเขามีชีวิตอยู่ ยังไม่เคยมีบุคคล หรือเหตุเหล่านี้ แต่ได้เป็นจริงขึ้นมาแล้ว ดังนี้

1. นโปเลียน จักรพรรดิองค์หนึ่งจะเกิดใกล้อิตาลี จักรพรรดิองค์นี้จะมีราคาแพงมากสำหรับจักรวรรดิ เมื่อเห็นพวกพ้องของเขาแล้ว คนก็จะพูดว่าท่านเป็นนักฆ่ามากกว่าเจ้าชาย

2. ฮิตเลอร์ สัตว์ป่าซึ่งบ้าบิ่นเพราะความหิวโหยจะข้ามแม่น้ำ สนามรบส่วนใหญ่จะเป็นการรบต่อต้านฮิสเตอร์ (ฮิตเลอร์) เขาจะลากผู้นำไปในกรงเหล็ก เมื่อคนเยอรมันผู้นี้ไม่ยอมรับกฎหมายใด ๆ

3. ฟรังโก จากคาสติลล์ ฟรังโกจะนำพรรคพวกออกมา ซึ่งพวกทูตไม่เห็นด้วยและสร้างความร้าวฉานขึ้น พรรคพวกของริวิเอรา (ผู้เผด็จการซึ่งฟรังโกมีส่วนช่วยโค่นล้ม) จะอยู่ในกลุ่มด้วย และฟรังโกจะไม่สามารถเข้ามาในอ่าว (หมายถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน) ได้

4. หลุยส์ ปาสเตอร์ สิ่งที่สูญหายจะถูกค้นพบหลังจากหลายศตวรรษ (การค้นพบเชื้อโรคในบรรยากาศของปาสเตอร์) ปาสเตอร์จะมีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนเทพเจ้า เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์โคจรครบรอบ (ปี ค.ศ.1889 และเป็นปีเดียวกับที่ปาสเตอร์ได้ตั้งสถาบันปาสเตอร์ขึ้น) แต่ข่าวลืออื่น ๆ จะทำให้เขาเสียชื่อ (หมายถึงการต่อต้านจากวงการแพทย์สมัยนั้น)

5. การตั้งรัฐอิสราเอล รัฐใหม่จะเกิดขึ้นบริเวณซีเรีย จูเดีย และ ปาเลสไตน์ จักรวรรดิป่าเถื่อน (หมายถึงไม่ใช่พวกคริสเตียน) จะแตกสลายก่อนสิ้นศตวรรษของพระอาทิตย์ (ศตวรรษที่ 20)

6. สันนิบาตชาติ สุนทรพจน์ที่ทะเลสาบเลอมัน จะดุเดือดขึ้น วันจะยืดยาวนานไปเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน เป็นปี แล้วทุกอย่างก็จะพังทลาย เจ้าหน้าที่จะด่าว่าอำนาจที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ของตน

7. สงครามโลกครั้งที่สอง ไม่นานหลังจากนั้น ซึ่งทิ้งระยะไม่นานนักจะเกิดความวุ่นวายขึ้นทั้งทางบกและทางทะเล สงครามทางทะเลจะยิ่งใหญ่กว่าที่เคยมีมา เพลิง สัตว์ (เครื่องมือ เครื่องจักร) จะทำให้เกิดความวุ่นวายหนักหน่วงยิ่งขึ้น

8. นางาซากิ และ ฮิโรชิมา ใกล้ท่าเรือและในสองเมืองจะประสบภัยพิบัติอย่างที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน ความหิวโหย โรคภัย จะเกิดขึ้นและผู้คนซึ่งถูกดาบฟาดฟันขับไล่ออกมาจะเรียกร้องขอความช่วยเหลือ จากพระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นอมตะ

9. การสละราชบัลลังก์ของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 กษัตริย์อังกฤษซึ่งกำลังจะสิ้นพระชนม์ ตั้งพระทัยมอบราชบัลลังก์ให้กับเจ้าชายหนุ่ม แต่เมื่อกษัตริย์สิ้นพระชนม์แล้ว ลอนดอนจะตั้งข้อพิพาทกับเจ้าชาย และจะเรียกร้องราชอาณาจักรคืนจากพระองค์

เนื่องจากไม่ทรงยินยอมทำการหย่าขาด ซึ่งเห็นกันว่าไม่เหมาะสม กษัตริย์แห่งเกาะใหญ่น้อยจึงทรงถูกบังคับให้สละราชบัลลังก์และผู้ที่ไม่ควร ได้เป็นกษัตริย์ได้ขึ้นครองบัลลังก์แทน (หมายถึงพระเจ้ายอร์ชที่ 6)

10. การเดินทางอากาศ เมื่อหมดโรคภัยแล้ว โลกจะแคบลง และจะสงบสุขไปเป็นเวลานาน ประชาชนจะเดินทางโดยปลอดภัยในท้องฟ้า ทางบก และทางทะเล และแล้วสงครามก็จะเกิดขึ้นอีก

11. สงครามทางอากาศ ตลอดคืน คนจะคิดว่าตนเห็นพระอาทิตย์ขณะที่เห็นคนครึ่งหมู (นักบินที่ใส่หน้ากากออกซิเจน) จะมีเสียงครึกโครม เสียงหวีดหวิว จะมีการต่อสู้ของสงครามในท้องฟ้า สัตว์ร้าย (นักบิน) จะพูดติดต่อกันได้

12. พระเจ้าชาห์ และ โคไมนี ความอดอยาก และสงครามจะไม่มีวันสิ้นสุดในเปอร์เซีย ความเชื่อมั่นจนเกินไปจะทำให้กษัตริย์ถูกหักหลัง การดำเนินการที่เริ่มในฝรั่งเศสจะยุติที่นั่น และเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าเขาจะต้องตาย

13. ท้องฟ้าจะถูกเผาผลาญ ณ องศาที่ 45 (เส้นรุ้ง 45-ที่ตั้งนครนิวยอร์ก) เพลิงจะพุ่งเข้าสู่เมืองใหม่ในบัดดล ดวงไฟใหญ่จะแตกกระจายทะลวงพุ่งขึ้นมา” ….“มาบัส (อุสมา บินลาเดน) จะตายในไม่ช้า จะมีการฆ่าหมู่คน และสัตว์อย่างสยดสยอง ทันใดนั้นการแก้แค้นจะปรากฏขึ้นจากร้อยแผ่นดิน (อเมริกา) ความกระหาย อดอยาก จะเกิดขึ้นเมื่อดาวหางโคจรผ่านมา…..”

การไฮแจ็ค เครื่องบินพาณิชย์ที่บรรทุกผู้โดยสารร้อยกว่าชีวิตพุ่งเข้าชนเวิล์ด เทรดเซ็นเตอร์ ในกรุงนิวยอร์ก ตรงกับโคลงตีความว่ายามที่นอสตราดามุสมองเห็นเครื่องบินพุ่งเข้าใส่ตึกเวิล์ดเทรด ไม่แตกต่างไปจากหอกแหลมจากฟากฟ้าจะบินมาพร้อมกับลูกไฟ

เพราะหัวของเครื่องบินที่มีปีกนั้น ดูเผินๆ ก็ไม่แตกต่างกับหอกขนาดยักษ์เท่าใดนัก (สมัยนอสตราดามุสไม่มีเครื่องบิน) เช่นเดียวกับการชนก็เกิดการระเบิดทันทีจนเป็นลูกไฟไปทั่วฟ้านั่นเอง ตามคำทำนาย การตายของบินลาเดน จะเป็นจุดสิ้นสุดของยุคสันติภาพ และจะเป็นสงครามที่ยิ่งใหญ่ และยาวนานกว่าทุกครั้ง โดยการแก้แค้นของพวกร้อยแผ่นดิน (United State) ซึ่งก็คือ สหรัฐนั่นเอง

ส่วนอาวุธลับ ที่สหรัฐจะใช้จัดการกับขบวนการก่อการร้าย จนกระทั่งเกิดการตายอย่างมากมายนั้น นอสตราดามุสใช้คำว่า ดาวหางมาเยือน ดาวหางที่นอสตราดามุสเห็น น่าจะเป็นระบบโจมตี และป้องกันภัยทางอากาศ ที่สหรัฐใช้ในปัจจุบัน

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล