สงครามมันเกิดแล้ว!! "จีน" และ "สหรัฐฯ" ประกาศสงครามต่อกันมานานแล้ว แต่เป็นสงครามในรูปแบบใหม่ ที่หลายคนยังคิดไม่ถึง

Publish 2017-04-09 19:14:34

วันที่ 26 สิงหาคม 2015 เพจแฉ...ความลับ โดยเสธ น้ำเงินได้โพสข้อความเรื่องราวของการทำสงครามรูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้เอาอาวุธเข้าห้ำหั่นกันเหมือนสมัยก่อน แต่ปัจจุบันนี้ วิวัฒนาการของการทำสงครามพัฒนาไปไกลกว่านั้น เป็นอย่างไรต้องติดตามอ่านกัน




เป็นที่ทราบว่าโลกของเรา ณ วันนี้หาความสงบสุขไม่ได้เสียแล้ว เมื่อประเทศยักษ์ใหญ่ค่ายลัทธิประชาธิปไตยโลกตะวันตก กับค่ายอนุรักษ์นิยมโลกตะวันออก ไม่ยอมกันอีกต่อไปแล้ว เพราะแนวคิดโลกตะวันตกคือต้องแย่งชิง รุกราน สร้างสถานการณ์ให้คับขัน แต่แนวคิดโลกตะวันออกคือการรักความสงบ อยู่แบบพอเพียง

เมื่อใดถูกกลั่นแกล้งจนถึงจุดเลยเส้นความอดทน ก็จะรวมตัวกันสู้ยิบตาตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง เราสามารถศึกษาประวัติศาสตร์คราวสงครามโลกครั้งที่ 2 นี้ได้ คราวนั้นฮิตเลอร์แห่งเยอรมนี ทึ่เข้มแข็งทางกองทัพอย่างมาก ส่งทหารบุกจากยุโรปตะวันตกผ่านพรมแดนสหภาพโซเวียต โดยไม่สามารถต้านทานไหว

ผู้นำสหภาพโซเวียตยุคนั้นใช้กลยุทธ์ สู้พลางถอยพลาง ถ่วงเวลาจนถึงหน้าหนาว จนกองทัพเยอรมนีล้อมกรุงมอสโคได้ ชาวรัสเซียก็ตั้งมั่นในที่ตั้งปล่อยให้ทหารเยอรมนีหนาวและป่วยตายไปหลายหมื่นคนจนกองทัพอ่อนแอรบไม่ไหว เมื่อถึงจุดนี้ผู้นำสหภาพโซเวียต จึงสั่งลุยกองทัพเยอรมันทันที

ส่งผลให้ทัพเยอรมันที่เกรียงไกรพ่ายแพ้อย่างง่ายดายถอยทัพไม่เป็นท่า ใครที่มีข้อมูลว่าอเมริกากับอังกฤษช่วยสหภาพโซเวียตขับไล่ทหารเยอรมัน คือกำลังถูกบิดประวัติศาสตร์ เพราะตอนนั้นสหภาพโซเวียตขอความช่วยเหลือไปหลายครั้ง แต่อเมริกากับอังกฤษถ่วงเวลานิ่งเฉย กองทัพสหภาพโซเวียตจึงรวมพลกันบุกจากยุโรปตะวันออกข้ามไปยุโรปตะวันตกด้วยตนเอง

โดยกองทัพอเมริกา อังกฤษมาฉกฉวยร่วมโจมตีในช่วงนี้ จนสามารถบุกยึดเมืองหลวงของเยอรมนีได้ในที่สุด ฮิตเลอร์ต้องฆ่าตัวตายพร้อมครอบครัวก่อนจะถูกจับตัวได้ ซึ่งประเทศอเมริกา ที่ก่อตั้งมาแค่ 230 ปี คือ การรวมตัวของคนที่เคยเป็นชาวอังกฤษ ฝรั่งเศส เสปน ที่เป็นนักล่าอาณานิคมมาก่อน

แล้วไปรุกรานแย่งชิงดินแดนจากชาวพื้นเมืองอินเดียนแดง โดยการใช้อาวุธ และโรคร้ายไข้ทรพิษ จนชาวอินเดียนแดงตายไปกว่า 1 ล้านคน การรุกรานแย่งชิงปล้นทรัพย์จากคนชาติอื่นด้วยกำลังความรุนแรงจึงถือเป็นลักษณะเฉพาะของชาวตะวันตกมาแต่โบราณกาล เพราะเขาถือว่าชนชาติตนเองสูงส่ง

และดูแคลนคนผิวสีดินแดนอื่นๆ เช่น แอฟฟริกา ตะวันออกกลาง เอเซีย ที่เป็นเพียงชนชาติรับใช้ เมื่อก่อนดินแดนพวกนี้จึงตกเป็นอาณานิคมชาติตะวันตกจนหมด เมื่อปกครองดินแดนพวกนี้อยู่หลายร้อยปี จึงค่อยๆ ปล่อยให้เอกราช "แบบมีเงื่อนไข" โดยการสร้างลัทธิการปกครองที่ชาวตะวันตกครอบงำทางการเมืองได้เรียกว่า "ลัทธิประชาธิปไตย"

โดยมีการเลือกตั้งเป็นพิธีกรรมบังหน้าให้ดูเนียน และอ้างว่าเป็นตัวแทนประชาชน จากนั้นชาติตะวันตกก็สร้างตำราลัทธิฯ หลักสูตร เป็นของตนเองแต่เป็นแนวตะวันตก เช่น ด้านรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ การทหาร เศรษฐศาสตร์ทุนนิยม วิทยาศาสตร์ ฯลฯ แล้วก็ดึงคนในชาตินั้นๆ ไปเรียนหลักสูตรของตนเองเพื่อล้างสมองเป็นต้นไม้พิษ

แล้วส่งกระจายกลับมาสร้างผลไม้พิษในดินแดนต่างๆ ผู้คนทั่วโลกจึงถูกฝังหัวมาตั้งแต่แรกเกิดว่าลัทธิประชาธิปไตย และทุนนิยมนั้นดีที่สุดสำหรับประชาชน วิถีชีวิต พฤติกรรม แนวคิดของคนจึงโน้มเอียงไปทางลัทธินี้ ผนวกกับลัทธิฯ นี้สร้างสื่อขึ้นมา "สะกดจิต" คนทั่วโลกให้คล้อยตามตลอดเวลาเช้า สาย บ่าย ค่ำ



ต่อมาประเทศที่เคยตกเป็นอาณานิคมอังกฤษ คือ จีนมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ โดยมีหลักการคือความเท่าเทียมของประชาชน และรัฐเป็นผู้ควบคุมทุน ทางฟากลัทธิประชาธิปไตย เห็นว่าจะเป็นแนวคิดที่จะเป็นคู่แข่งการครองโลกจึงสร้างภาพให้ร้ายต่างๆ นาๆ

แล้วแทรกแซงทางการเมืองประเทศต่างๆ ที่ตนล้างสมองคนหมดแล้ว จึงเกิดการต่อสู้โดยใช้กำลังทหารระหว่าง 2 ลัทธิแบบเผชิญหน้าในหลายสมรภูมิ เช่น เวียดนาม เกาหลี อาฟกานิสสถาน จนประชาชนล้มตายเป็นใบไม้ร่วงหลายล้านคน ต่อมาจีนที่ซุ่มปิดปฏิรูปประเทศหลังม่านไม้ไผ่อยู่หลายสิบปีจึงค่อยเปิดประเทศออกมา

พลิกผันกลยุทธ์ซุนวูทางการค้ากลายเป็นชาติที่ร่ำรวยมหาศาลอย่างก้าวกระโดดภายใต้ระบอบอนุรักษ์นิยม เป็นก้างชิ้นเบ่อเร่อในการครองโลกของชาวตะวันตก จนมาถึงปัจจุบันกว่าที่ชาติจ้าวลัทธิประชาธิปไตยจะรู้ตัว ก็ถูกจีนกลืนทางเศรษฐกิจไปค่อนประเทศแล้ว ตนเองเผลอแพล๊บเดียวกลายเป็นลูกหนี้รายใหญ่ที่สุดในโลกของจีน

สร้างหนี้สาธารณะที่ก่อโดยรัฐพุ่งสูงยิ่งกว่าจรวดไปถึง 18 ล้านล้านดอลล่า (ราว 615 ล้านล้านบาท) ชาติจ้าวลัทธิประชาธิปไตยมีหลักคิดมานานแล้วว่า "ครองอาหารได้ก็ครองชาติ ครองพลังงานได้ก็ครองทวีป ครองระบบการเงินได้ก็ครองโลก" การที่ตนเองเป็นหนี้จีนเสียเองมากขนาดนี้นั่นหมายถึงจีนกำลังกลับตาลปัตรครองโลกด้วยตำราของตะวันตกเอง

นั่นหมายถึงลัทธิประชาธิปไตย และทุนนิยมจะถึงกาลล่มสลาย ชาติต่างๆ จะหันไปใช้ระบอบอนุรักษ์นิยมแบบจีนกับรัสเซียกันหมด ความยิ่งใหญ่ที่บรรพบุรุษนักล่าอาณานิคมสร้างมานานหลายร้อยปีจะจบลงในยุคนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟากลัทธิประชาธิปไตยยอมรับไม่ได้ การก่อกวนอย่างหนักจึงเริ่มขึ้น

โดยการสร้างตัวละครกลุ่มก่อการร้ายไปทั่วโลก พร้อมสนับสนุนทุน อาวุธ การแทรกแซงทางการเมือง การปลุกปั่นยุยง การสร้างความไร้เสถียรภาพบนโลกไปทุกภูมิภาค และทุ่มหมดหน้าตักเพื่อทุบทำลายตลาดทุนการเงินของจีน ใช้กองทุนเฮดฟันเข้าไปปั่นตลาดหุ้นจีนยกแรกโดนจีนสวนหมัดดองเค็มเงิน 68 ล้านล้านบาทตายสนิท

 


จีนเอาไปเข้าตระกร้าเงินจีนเรียบร้อย ตอนนี้กลุ่มอิลลูมินาติยังไม่เข็ด ล่าสุดหุ้นร่วงหนักทั่วโลก ในชาติตะวันตกไม่ต้องพูดถึงตกทีเป็นพันจุด มูลค่านับไม่ไหว รวมทั้งในจีนด้วย ทำให้มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีน นายหวัง เจี้ยนหลิน ประธานและผู้ก่อตั้งต้าเหลียน หวั่นต๋า บริษัทอสังหาริมทรัพย์และสถานบันเทิงของจีน

สูญเงินในวันเดียวถึงราว 127,815 ล้านบาท มูลค่าสินทรัพย์ของเขาหายไปกว่า 1 ใน 10 ในวันเดียว แต่ถามว่าสะเทือนไหม ?? คำตอบคือไม่..เพราะตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้เขารวยขึ้นราว 213,055 ล้านบาท และ เศรษฐีจีนที่ขาดทุนเป็นอันดับ 2 คือ นายแจ๊ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่

มูลค่าสินทรัพย์เขาหายไปราว 19,350 ล้านบาท..ก็สิวๆ ขนหน้าแข็งไม่ร่วงเพราะก่อนหน้านี้เขาฟันกำไรสะสมมากกว่านี้หลายเท่าตัว แต่ที่จุกถึงคอหอยคือผลพวงมาจากตลาดทุนและการเงินโลกที่ได้รับผลกระทบจากตลาดหุ้นของจีน ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าเดือนตุลาคมในตลาด WTI ของอเมริกา ลดลงไปอีกเหลือ 38.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

มากที่สุดในรอบ 6 ปี คาดว่าจีนจะใช้กลยุทธ์ซุนวู ทุบราคาน้ำมันลดลงได้อีก โดยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถ้าสถานการณ์เลวร้ายลงอีกราคาน้ำมันโลกอาจไหลลงไปถึง 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล..เมื่อนั้นทุกประเทศที่ขายน้ำมันเป็นรายได้หลักจะล้มละลายเป็นโดมิโน่กันไปทั้งโลก และอเมริกาที่อิงค่าเงินชนิดเปโตรดอลล่า จะยืนตายทั้งเป็น

เพราะต้นทุนการผลิตน้ำมันของอเมริกาเป็นชนิดหินน้ำมันที่มีต้นทุนสูงราว 44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ย่านตะวันออกกลางจะเป็นจากฟอสซิลถูกกว่าต้นทุนราว 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) นั่นหมายความว่าตอนนี้อเมริกากำลังขาดทุน 6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นเงินเกือบแสนล้านบาทต่อวัน

ถ้าชาติจ้าวลัทธิประชาธิปไตยยังทุบตลาดทุนจีนหนักเท่าไร ผลมันจะเด้งกลับเหมือนเตะบอลอัดผนัง ตนเองก็จะวินาศจากราคาน้ำมันมากเช่นกัน ผลคือจะทำให้อเมริกาตกอยู่ในสถานะประเทศล้มละลายในไม่ช้านี้..บอกได้เลยว่าบัดนี้เขาประกาศสงครามต่อกันแล้ว แต่เป็นสงครามในรูปแบบใหม่

และลำดับต่อไปเขาจะทำลายระบบการสื่อสารกัน ตามด้วยทำลายระบบพลังงานทั้งหมด โลกเสี่ยงจะกลายเป็นอัมพาต..คนไทยคงต้องเริ่มหัดใช้การส่งสัญญาณควันสื่อสารกัน และใช้พลังงานจากฟืนกันอีกครั้ง..สูงสุดคืนสู่สามัญ..โฮ่ ฮี้ โฮ !!



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล