เกิดแน่สงครามโลกครั้งที่ 3 !! ผู้เชี่ยวชาญฟันธง “สหรัฐฯ” สร้างเรื่องก่อสงครามทะเลจีนใต้ ด้าน “จีน”ติดตั้งขีปนาวุธ ป้อง ผลประโยชน์มหาศาล

Publish 2017-03-28 17:07:58

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานข่าว กรณีนายหลิ่ว เจิ้นหมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในระหว่างการประชุมสัมนา ที่มณฑลเกาะไห่หนาน (ไหหลำ) ทางภาคใต้ เมื่อวันอาทิตย์ ว่า รัฐบาลจีนเสนอ จีนและกลุ่มประเทศรอบริมฝั่งทะเลจีนใต้ ก่อตั้งกลไกความร่วมมือในหลายด้าน นับตั้งแต่การบรรเทาภัยพิบัติไปจนถึงความปลอดภัยในการเดินเรือ โดยย้ำเพื่อสร้างความเชื่อใจกัน ไม่เกี่ยวกับการแก้ไขความขัดแย้งกลไกตามข้อเสนอจะช่วยส่งเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน และกระชับความร่วมมือ เช่น การป้องกันภัยพิบัติ การกู้ภัยทางทะเล การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และความปลอดภัยในการเดินเรือ

นายหลิ่ว เจิ้นหมิน กล่าวต่อไปว่า กลไกความร่วมมือมีเป้าหมาย กระชับความร่วมมือที่เน้นการปฏิบัติและเพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจกัน และไม่เกี่ยวกับการแก้ไขกรณีพิพาท
 

 

 

 

 


ในขณะที่ทางด้านจีนนั้นเตรียมการที่จะเดินหน้าโครงการความโปร่งใสทางทะเลเอเชีย (เอเอ็มทีไอ) ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ยุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศศึกษา (ซีเอสไอเอส) ในสหรัฐฯ ได้เปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมที่บันทึกได้ในเดือนนี้ แสดงให้เห็นว่าการก่อสร้างของจีนบนเกาะปะการังต่างๆ ทั้งเกาะเฟียรีครอส เกาะซูบี เกาะมิสชีฟ รวมถึงหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในทะเลจีนใต้ เสร็จสมบูรณ์แล้ว และเตรียมพร้อมที่จะติดตั้งเพิ่มเติมยุทโธปกรณ์ทางทหาร ครอบคลุมทั้งทางทะเล อากาศ อุปกรณ์เรดาร์ และอุปกรณ์ด้านความมั่นคงและการป้องกัน รวมถึงประจำการเครื่องบินรบได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ยังพบเห็นมีเสารับสัญญาณเรดาร์ติดตั้งบนเกาะเฟียรีครอสและเกาะซูบีอีกด้วย
 


ทางด้าน น.ท.แกรี รอส โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวระบุว่า ไม่ใช่หน้าที่ของกองทัพในการแสดงความคิดเห็นต่อข้อมูลข่าวกรอง แต่ระบุว่า การเดินหน้าโครงการก่อสร้างในทะเลจีนใต้ของรัฐบาลจีน แสดงถึงการดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียวของจีน ซึ่งนับเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ตึงเครียดมากยิ่งขึ้น และเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ ทั้งนี้ โครงการความโปร่งใสทางทะเลเอเชีย เผยว่า ฐานทัพอากาศ 3 แห่งในหมู่เกาะสแปรตลีย์และหมู่เกาะพาราเซล เอื้อให้กองทัพจีนสามารถปฏิบัติการทางอากาศได้ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของทะเลจีนใต้
 










ก่อนหน้านี้ ก็มีรายงานข่าว กรณีจีนจะเริ่มงานเตรียมการในปีนี้สำหรับการก่อสร้างสถานีตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมบนแนวปะการังสการ์โบโร่ ในทะเลจีนใต้ ทางด้านจีนได้ประกาศอาณาเขตเพื่อยึดครองพื้นที่ทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด ถึงแม้จะมีการพิพาทกับฟิลิปปินส์ แต่ทางด้านจีน นั้นก็ไม่ได้สนใจต่อคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ แต่อย่างใด ที่ผ่านมานั้น สหรัฐฯ ก็ได้เตือนไปยังจีนไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มขึ้น

 

นายเสี่ยวเจี้ยนายกเทศมนตรีกรุงปักกิ่ง ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า จีนได้วางแผนเตรียมการวางแผนเตรียมงานในปีนี้เพื่อสร้างสถานีตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมบนเกาะต่างๆรวมทั้ง บนแนวปะการังสการ์โบโร่ โดยสถานีตรวจสอบพร้อมท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ เป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูเกาะและการป้องกันการกัดกร่อนที่ โดยวางแผนจะเริ่มดำเนินการตั้งปี พ. ศ. 2560 เป็นต้นไป

ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารได้ออกมาทำนายว่าสหรัฐฯ นั้นต้องการพื้นที่ทะเลจีนใต้ และจะนำพาพื้นที่แห่งนี้เข้าสู่สมรภูมิรบ และอาจจะก่อให้เกิดเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ตั้งแต่ช่วงปี 2016 ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และ จีน เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากันในทะเลจีนใต้ หลังจากที่ทางด้าน สหประชาชาติตัดสินปฏิเสธความพยายามของจีน สำหรับอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะต่างๆในทะเลจีนใต้

 

 

 

 

แต่จีนไม่ได้ ยอมรับคำตัดสินดังกล่าว เดินหน้าขยายพื้นที่ ถมทะเล พร้อมกับสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ บนหมู่เกาะในทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับใช้เป็นฐานที่ตั้งอาวุธหลากหลายชนิด ในนั้นรวมถึงขีปนาวุธ
 





 


สตีฟ แบนนอน หัวหน้านักยุทธศาสตร์ของทำเนียบขาว เชื่อว่าสหรัฐฯจะเข้าสู่สงครามทะเลจีนใต้ในอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า เชื่อว่าช่วงเวลาดังกล่าวจะมอบความได้เปรียบแก่จีน ที่ยังคงเดินหน้าทุ่มงบประมาณด้านการทหารเพื่อแข่งขันกับอเมริกา โดยนักวิเคราะห์มองว่า ภายใน 10 ปี ข้างหน้าต่อจากนี้ กองทัพเรือจีน อาจจะมีเรือรบมากกว่าสหรัฐฯ

 







ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล

ติดตามข่าวอื่นๆ