อีกไม่นานเจอแน่ "สงครามโลกครั้งที่ 3" เมื่อ "สหรัฐฯ" จุดชนวนขัดแย้ง "จีน" แย่งชิงผลประโยชน์ ทะเลจีนใต้ ลากสถานการณ์สู่สมรภูมิรบ

Publish 2017-03-16 14:56:58

เดลี่สตาร์ นำเสนอข่าว กรณีผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารได้ออกมาทำนายว่าสหรัฐฯ นั้นต้องการพื้นที่ทะเลจีนใต้ และจะนำพาพื้นที่แห่งนี้เข้าสู่สมรภูมิรบ และอาจจะก่อให้เกิดเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ตั้งแต่ช่วงปี 2016 ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และ จีน เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากันในทะเลจีนใต้ หลังจากที่ทางด้าน สหประชาชาติตัดสินปฏิเสธความพยายามของจีน สำหรับอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะต่างๆในทะเลจีนใต้ แต่จีนไม่ได้ ยอมรับคำตัดสินดังกล่าว เดินหน้าขยายพื้นที่ ถมทะเล พร้อมกับสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ บนหมู่เกาะในทะเลจีนใต้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับใช้เป็นฐานที่ตั้งอาวุธหลากหลายชนิด ในนั้นรวมถึงขีปนาวุธ

สตีฟ แบนนอน หัวหน้านักยุทธศาสตร์ของทำเนียบขาว เชื่อว่าสหรัฐฯจะเข้าสู่สงครามทะเลจีนใต้ในอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า เชื่อว่าช่วงเวลาดังกล่าวจะมอบความได้เปรียบแก่จีน ที่ยังคงเดินหน้าทุ่มงบประมาณด้านการทหารเพื่อแข่งขันกับอเมริกา โดยนักวิเคราะห์มองว่า ภายใน 10 ปี ข้างหน้าต่อจากนี้ กองทัพเรือจีน อาจจะมีเรือรบมากกว่าสหรัฐฯ

 

 


ส่วนทางด้านปีเตอร์ แอปป์ส ให้ข้อมูล ว่า เรื่องของด้านการทหารของสหรัฐฯ ขณะนี้คือ แผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่มงบประมาณของอีก 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวๆ 9 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่อาจเพียงพอ เพราะพบว่า จีนนั้นได้ใช้งบประมาณ ด้านทหาร อยู่ที่ 139,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาจจะดูเป็นเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น แต่ผู้เชี่ยวชาญต่างเชื่อว่า ตัวเลขที่เปิดเผยนั้นต่ำกว่าความจริงอยู่มาก
นอกจากนั้นผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า จีน กำลังสร้างเทคโนโลยีและหายุทธศาสตร์ใหม่ๆ ซึ่งสหรัฐฯไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือ

 



ความเคลื่อนไหวของจีน ในพื้นที่ทะเลจีนใต้อีกครั้ง กับภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า จีนเริ่มงานก่อสร้างใหม่ โดยภาพถ่ายจากดาวเทียมที่แสดงให้เห็นนั้นอยู่เหนือหมู่เกาะพาราเซล ซึ่งถ่ายเมื่อวันที่ 6 มีนาคม แสดงให้เห็นการทำงานในช่วงที่ผ่านมา มีการเตรียมก่อสร้างท่าเรือ ซึ่งทางด้านผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามความเคลื่อนไหวในพื้นที่ดังกล่าว เชื่อว่า จีนกำลังสร้างขึ้นมาเพื่อไว้ใช้งานทางด้านการทหาร


ผู้เชี่ยวชาญทะเลจีนใต้ เชื่อว่า หมู่เกาะพาราเซลจะเป็นหัวใจสำคัญสำหรับความพยายามที่จะครอบครองทะเลจีนใต้ของจีน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของจีนแผ่นดินใหญ่ จากมหาวิทยาลัยหลิงหนานในฮ่องกง เชื่อว่า จีนกำลังมุ่งสู่เป้าหมายระยะยาวในการเสริมความเข้มแข็งสิ่งปลูกสร้างในหมู่เกาะพาราเซล ทั้งยังคำนวณไว้แล้วว่า ฝ่ายบริหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินหน้าเพื่อที่จะคัดค้านจีนเข้าสู่พื้นที่ทะเลจีนใต้ แบบจริงจังในอนาคตนี้ หมู่เกาะพาราเซลเป็นจุดที่สำคัญมากในการป้องกันไห่หนาน เป็นจุดยับยั้งนิวเคลียร์ที่สำคัญของจีน

 


 

กระทรวงการต่างประเทศของเวียดนามยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ต่อเรื่องภาพถ่ายดาวเทียมที่ถูกเปิดเผยล่าสุดนี้ ส่วนกระทรวงกลาโหมจีนกลับบอกว่า ไม่รู้สึกคุ้นเลยกับการทำงานก่อสร้างใดๆ ในเกาะเหนือ ที่เห็นจากภาพถ่ายดาวเทียม พร้อมเน้นย้ำว่า หมู่เกาะพาราเซล เป็นส่วนหนึ่งของจีนมาตั้งแต่เดิม ตั้งแต่ทางด้านจีนนั้นยึดมาจากเวียดนามในปี 1974
 

 



ทางด้านสหรัฐฯ ได้ออกมาพูดถึงกรณีดังกล่าวว่ายังไม่สามารถยืนยันได้ว่างานก่อสร้างใหม่บนเกาะเหนือนั้นคือสิ่งปลูกสร้างอะไร แต่บอกได้ว่าคงไม่ใช่สิ่งที่ทำให้แปลกใจ จีนจะเคลียร์พื้นที่บนเกาะเพื่อทำอย่างอื่นนอกเหนือจากสิ่งปลูกสร้างทางทหารไปทำไม เพราะมันไม่มีเหตุผลอื่นที่จะต้องไปสร้างที่นั่น


จีนไม่ได้ต้องการจะเผชิญหน้ากับสหรัฐฯในเรื่องทะเลจีนใต้ พร้อมชี้ให้เห็นว่า ปฏิกิริยาตอบสนองของจีนนั้นไม่รุนแรง ต่อเรื่องการเข้าทะเลจีนใต้ของกองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ จีนพยายามสร้างภาพตนเองว่ากำลังประนีประนอมเกี่ยวกับเรื่องข้อพิพาทในน่านน้ำดังกล่าว โดยบอกว่า ทั้งตนเองและบรรดาชาติอาเซียนต่างก็มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีสันติ

 


หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนเพิ่มงบด้านการทหารอีก 10% ทางด้านจีนนั้นก็ได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่า การใช้จ่ายงบกลาโหมของจีนจะมากน้อยแค่ไหนในอนาคตก็ขึ้นอยู่กับท่าทีของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้

จีนปรารถนาให้มีการเจรจาและปรึกษาหารืออย่างสันติ แต่ในขณะเดียวกันจีนก็จะต้องมีศักยภาพพอที่จะปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ และสิทธิของเราเองและที่สำคัญเราจะต้องป้องกันมิให้คนนอกเข้ามาก้าวก่ายข้อพิพาทเหล่านี้

จีนได้แสดงท่าทีชัดเจน ในการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก จนก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมหาอำนาจคู่แข่งนอกภูมิภาค

จีนจะพยายามปรับปรุงพัฒนากองทัพให้ทันสมัยยิ่งขึ้นสมกับความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ แต่ศักยภาพของกองทัพจีนนั้นหากเทียบกับสหรัฐฯ ก็ยังอยู่ในระดับกลาง แต่ล่าสุดนั้น มีรายงานว่า จีนอาจนำระบบยิงขีปนาอาวุธไปติดตั้งบนเกาะเทียมก็สร้างความกังวลไม่น้อยต่อสหรัฐฯ

 

 

 

 

 

 

 

สถาบันคลังความคิด Asia maritime Transparency Initiative ซึ่งมีฐานในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้เผยรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยอ้างภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดที่บ่งชี้ว่า สิ่งปลูกสร้างบนเกาะเทียมที่คาดว่าจีนอาจใช้ติดตั้งฐานยิงขีปนาวุธชนิดจากพื้นดินสู่อากาศ ก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว

 


ในขณะที่จีนกำลังทดสอบเครื่องบินขับไล่สเตลธ์รุ่นที่ 5 เวอร์ชันล่าสุด โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งจากบริษัทตะวันตกที่ผูกขาดตลาดอาวุธประเภทนี้อยู่ ส่วนกองทัพจีนยังได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงลำแรกของประเทศออกปฏิบัติภารกิจซ้อมรบกลางมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ บาร์เธเลมี กูร์มงต์ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันเพื่อกิจการระหว่างประเทศและยุทธศาสตร์ (IRIS) ชี้ว่า การที่จีนพยายามปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และข้อพิพาทดินแดนในภูมิภาคนี้กำลังนำไปสู่ การแข่งขันด้านอาวุธที่ไร้เหตุผล

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล

ติดตามข่าวอื่นๆ