หากชะล่าใจอาจอันตรายถึงชีวิต! การปวดหัวบอกอะไรได้มากกว่าที่คิด

หากชะล่าใจอาจอันตรายถึงชีวิต! การปวดหัวบอกอะไรได้มากกว่าที่คิด

Publish 2017-06-28 16:26:33

     การ “ปวดหัว” นั่น ถ้าหากเกิดจากความเครียดหรือไมเกรน ก็อาจจะไม่อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต แต่ว่าอาการปวดศีรษะบางประเภทสามารถบ่งบอกถึงความผิดปกติและอันตรายจนอาจถึงแก่ชีวิตได้

     จากข้อมูลเชิงวิชาการจากศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเวชธานี ระบุว่า การจำแนกโรคปวดศีรษะทั่วไปจากโรคปวดศรีษะที่มีสาเหตุอื่นซ่อนอยู่ โดยเฉพาะ สาเหตุจากภายในสมอง เช่น ก้อนเนื้องอก เลือดออก หรือเส้นเลือดผิดปกติ ถือเป็นสิ่งสำคัญมากทางการแพทย์ 
โดย 9 อาการปวดศีรษะอันตรายที่ควรรีบปรึกษาแพทย์ มีดังนี้



1.    โรคและอาการเจ็บป่วยทางกายอื่น ๆ ที่เกิดร่วมกับอาการปวดศีรษะ เช่น มีไข้ หนาวสั่น เหงื่อออกตอนกลางคืน ปวดกล้ามเนื้อ น้ำหนักลด มีประวัติโรคมะเร็ง การติดเชื้อ หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น เอชไอวี ผู้ที่รับประทานยาบางประเภท เช่น ยาสเตอรอยด์ ยาละลายลิ่มเลือด ยากดภูมิคุ้มกัน หากผู้ป่วยมีประวัติเหล่านี้ มักจะบ่งบอกถึงโรคติดเชื้อ การอักเสบ และการแพร่กระจายของมะเร็ง

2.    อาการแสดงความผิดปกติทางระบบประสาท ได้แก่ พฤติกรรม หรือ บุคลิกภาพเปลี่ยนจากเดิม เช่น แขนขาอ่อนแรง ขา หรือการรับรู้ประสาทสัมผัสผิดปกติ การมองเห็น หรือการได้ยินผิดปกติ 

3.    อาการปวดศีรษะที่เริ่มต้นหลังตื่นนอน มักบ่งบอกถึงภาวะความดันในกระโหลกศีรษะสูง 

4.    อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นรุนแรงอย่างเฉียบพลัน ซึ่งมักใช้เวลาเป็นเสี้ยววินาที บ่งบอกถึงภาวะวิกฤตของหลอดเลือดสมองตีบและแตก

5.    อาการปวดศีรษะครั้งแรกหลังอายุ 50 ปี อายุที่มากขึ้นมักสัมพันธ์กับโรคอื่น ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะได้ ที่พบบ่อย ได้แก่ ก้อนเนื้องอก การติดเชื้อของระบบประสาทส่วนกลาง การอักเสบของหลอดเลือด ดังนั้นผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะครั้งแรกหลังอายุ 50 ปี จึงควรได้รับการอกซเรย์สมองทุกราย ถึงแม้ว่าจะไม่พบความผิดปกติจาการตรวจร่างกายทางระบบประสาท

6.    ลักษณะการปวดศีรษะต่างจากอาการปวดศีรษะที่เป็นประจำ โดยเฉพาะอาการปวดศีรษะที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ไม่มีช่วงเวลาหายปวด หรือมีความถี่และความรุนแรงมากขึ้น

7.    อาการปวดศีรษะที่แย่ลงเมื่อไอจามหรือเบ่ง มักสัมพันธ์กับความดันในกะโหลกศีรษะสูงขึ้นเช่นกัน
 


8.    อาการปวดศีรษะที่แย่ลงเมื่อมีการเปลี่ยนท่าทาง เช่น ปวดมากขึ้นเมื่อยืน นอน หรือเมื่อมีการเคลื่อนไหวของศีรษะและคอ อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบน้ำในโพรงสมองและไขสันหลัง หรือกระดูกต้นคอ

9.    อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นข้างเดียวตลอดเวลา หรือมักปวดในบริเวณด้านหลังของศีรษะ แสดงถึงพยาธิสภาพที่อาจเกิดอยู่บริเวณนั้นของศีรษะ หากเป็นอาการปวดศีรษะทั่วไปมักมีการสลับข้างซ้ายขวาบ้าง แต่มักพบว่าจะปวดข้างใดข้างหนึ่งมากกว่าอีกข้าง

         ผู้ที่มีอาการปวดศีรษะเป็นประจำ หรือปวดศีรษะครั้งแรกแล้วมีสัญญาณอันตรายดังกล่าวข้างต้น ให้รีบมาปรึกษาแพทย์ระบบประสาทโดยเร็ว เพื่อสืบค้นสาเหตุที่อาจเป็นอันตรายได้ และให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ตรงกับโรคที่เป็นสาตุ การตรวจวินิจฉัยที่สำคัญ ได้แก่การเอ็กซเรย์สมองด้วยคอมพิวเตอร์หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การเจาะเลือดตรวจทางห้องปฏิบัติการ และอื่น ๆ ตามแต่โรคที่แพทย์วินิจฉัย
        และถึงแม้ส่วนใหญ่ของโรคปวดศีรษะจะไม่เป็นอันตราย แต่การรักษาอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้การดำรงชีวิตเป็นปกติสุข การคอยสังเกตสัญญาณอันตรายหรือความผิดปกติจะทำให้การวินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงทีและส่งผลกระทบกับผู้ป่วยน้อยลงได้


 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน