เสี่ยปัญญา..มาแล้ว กำไรทุบสถิติทีวีดิจิตอล สวนทางเรตติ้งแผ่ว

เสี่ยปัญญา..มาแล้ว กำไรทุบสถิติทีวีดิจิตอล สวนทางเรตติ้งแผ่ว

Publish 2018-02-28 10:55:48

ท่ามกลางเลือดกลบปากของเพื่อนร่วมวงการ อะไรทำให้เวิร์คพอยท์กำไรพุ่ง 355% แต่ทำไมเรตติ้งถึงแผ่วลง ...????

ท่ามกลางความเหี่ยวเฉาของค่ายทีวีดิจิตอล ที่ส่วนใหญ่ผลดำเนินงานปี 2560 ขาดทุนกันถ้วนหน้า แม้กระทั่งยังใหญ่อย่างช่อง 3 ของตระกูลมาลีนนท์ ที่แม้จะไม่ขาดทุน แต่กำไรลดฮวบอย่างน่าตกใจ ปี 60 มีกำไรสุทธิ 61.01 ล้านบาท ลดลง 94.99% จากปี 59 ที่มีกำไร 1,218.29 ล้านบาท 

อย่างไรก็ตามท่ามกลางวิกฤตินี้  ก็ยังมีผู้รอด เช่น ค่ายเวิร์คพอยท์ ของเสี่ยปัญญา นิรันดร์กุล ประกาศงบการเงินกำไรพุ่ง 355% แตะ 904.09 ล้านบาท สูงที่สุดตั้งแต่มีทีวีดิจิตอล ไทยแลนด์ ตามที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ  เวิร์คพอยท์มีรายได้รวม 3,852 .50 ล้านบาท สูงขึ้นจากปี 2559 ที่อยู่ที่ 2,667.05 ล้านบาท คิดเป็น 44% ในขณะที่มีกำไรสูงถึง 904.09 ล้านบาท สูงกว่าปี 2559 ถึง 355% โดยปี 2559 มีกำไร 198.63 ล้านบาท

ทั้งนี้รายได้หลักมาจากกิจการโทรทัศน์ มีรายได้รวม 3,478.35 ล้านบาท ซึ่งรายได้ส่วนนี้มาจากรายได้ของช่องเวิร์คพอยท์จำนวน 3,208.76ล้านบาท โดยรายได้ของช่องเวิร์คพอยท์เพิ่มขึ้น 979.72 ล้านบาทหรือ 44% เมื่อเทียบกับปี 2559
 



นอกจากนี้ยังมีรายได้เพิ่มจากสื่อออนไลน์ มีรายได้รวมอยู่ที่ 237.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.44 ล้านบาท หรือ 191%

บริษัทมีต้นทุนหลักจากต้นทุนการผลิตจำนวน 1,741.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปี 2559 โดยสาเหตุหลักมาจากต้นทุนรายการทีวีที่สูงขึ้น โดยมีต้นทุนรวม 1,478.24 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12%

ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารก็สูงขึ้นด้วยเช่นกัน มีค่าใช้จ่ายรวม 859.62 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 4% มาจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่านายหน้าที่สูงขึ้น แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น แต่ภาพรวมทั้งปีมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นมาก จึงทำให้มีสถิติกำไรสูงสุด

แต่ถ้าดูเฉพาะตัวเลขผลประกอบการในไตรมาส 4 ของปี 2560 เวิร์คพอยท์เริ่มแผ่วลง โดยมียอดขาดทุนจำนวน 22 ล้านบาท อาจเนื่องมาจากในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว มีงานสำคัญถ่ายทอดสด ทีวีทุกช่องงดการแพร่ภาพโฆษณา

อย่างไรก็ตาม แม้ผลดำเนินงานของ  เวิร์คพอยท์ ดีขึ้นมาก แต่เรตติ้งโฆษณายังเป็นปัจจัยกดดัน  เพราะขณะนี้อันดับช่องเริ่มลดลงจากที่ 3 ลงมาอยู่อันดับ 4 และ 5 ในบางช่วง โดนช่อง โมโน29 ขึ้นมาแทนที่ ทั้งที่ในปีที่แล้วช่องเวิร์คพอยท์มีเรตติ้งอยู่ในอันดับ 3 รองจากช่อง 7 และช่อง 3 ถือว่าเป็นปัจจัยกดดันบริษัทด้วย เช่นกัน
 


ส่วนผลดำเนินงานไตรมาส 1 และในปีนี้ แม้เรตติ้งช่องยังเป็นหนามยอกอก แต่ผลดำเนินงานคาดว่ายังดีต่อเนื่อง ที่คาดอัตราการจองโฆษณาเฉลี่ย น่าจะเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่ 64% เป็น 70% ตามภาวะอุตสาหกรรมโฆษณาที่ฟื้นตัว และบริษัทปรับค่าโฆษณาขึ้นจาก 75,000 บาท/นาที ในปีที่แล้ว เป็น 85,000 บาท/นาที นอกจากนั้นยังมีรายได้จากการจัดงานอีเว้นท์และงานแสดงคาดเติบโตเช่นกัน 

ส่วนราคาหุ้นในกระดานวานนี้ 27/2/61 ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 84 บาท ก่อนปิดการซื้อขายที่ 83.50 บาท หรือเพิ่มขึ้น 5.69% พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 560% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่เคยเทรดวันละ 1.8 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 10 ล้านหุ้น
นอกจากนั้นบริษัทมีหลายรายการได้รับความนิยม เช่น ไมค์ทองคำ ,ไมค์หมดนี้, ปริศนา ฟ้าแลบ ,  I can See Your Voice และ The Mask Singer เป็นต้น 
 WORK ถือหุ้นใหญ่ โดย นายปัญญา นิรันดร์กุล และ นายประภาส ชลศรานนท์ คนละ 25.68% มีรายย่อยถือหุ้น 3,905 ราย หรือ 33.99% 
 ผลการดำเนินงาน WORK ช่วงปี 57-59 มีกำไรสุทธิไม่ถึง 200 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ปี 60 กำไรสุทธิก้าวกระโดดขึ้นมาแตะ 904 ล้านบาท
ด้านราคาหุ้น WORK เคยขึ้นไปแตะ สูงสุด All Time High ที่ 105 บาท เมื่อเดือน พ.ย. ปี 60 ก่อนจะปรับตัวลงต่อเนื่องจากความกังวลผลการดำเนินงานไตรมาส 4/60 ที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขาดทุน โดยราคาลงไปแตะต่ำสุดที่ 75 บาท เมื่อเดือน ม.ค. 61 

ขอบคุณ กราฟฟิกอันดับเรตติ้งช่อง จากเพจTv Digital Watch


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุษบา ศรีลาปัง