ธุรกิจ อะไร ได้ดีจากขึ้นค่าแรง

ธุรกิจ อะไร ได้ดีจากขึ้นค่าแรง

Publish 2018-01-18 15:06:52


รู้ไว้จะได้เท่าทัน มีด้านลบก็ต้องมีมุมบวก 

จากการที่กระทรวงแรงงานได้ข้อสรุปปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ 5-22 บาท (สูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 3-15 บาท ) โดยปรับขึ้นจากเดิม 305 - 310บาท เป็นเฉลี่ยประมาณ 316 บาท/วัน ซึ่งรอคณะรัฐมนตรีอนุมัติในสัปดาห์หน้า และคาดมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เม.ย. 
 

 



ด้านคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง)ได้ข้อสรุปปรับขึ้นอัตราค่าจ้างทั่วประเทศ แบ่งเป็น 7 ระดับ ต่ำสุดอยู่ที่ 308 บาท ในกลุ่มจังหวัดสามชายแดนภาคใต้ และสูงสุดอยู่ที่ 330 บาท ผลกระทบ ต่อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ จากผลสำรวจ ของ สภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการค้าอุตสาหกรรมไทย ระบุว่า มีน้อย เพราะใช้แรงงานขั้นต่ำน้อย อีกทั้ง อัตราค่าแรงสูงกว่าขั้นต่ำอยู่แล้วซึ่งจะทำให้ หุ้นที่มีการใช้แรงงานมาก อย่างเช่นกลุ่ม รับเหมาก่อสร้าง เช่น ITD, CK, STECON เกษตรและประมง เช่น TU, GFPT, CPF, TFG, BR, CFRESH ถูกกระทบไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย มองเป็นปัจจัยบวกต่อเครือข่ายการค้าปลีกในต่างจังหวัด CPALL, BJC
โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย มีมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีกจากประเด็นดังกล่าวและมองว่าบริษัทฯจะได้ประโยชน์จากจำนวนสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศสูงกว่า 10,200 สาขา โดยคาดผลบวกจากกำลังซื้อของคนทั่วประเทศจะมากกกว่าค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 1-2%  โดยให้ราคา CPALL  แนะเก็งกำไร (81.0-84.0 บาท )
 



นอกจากนั้น หุ้นกลุ่มค้าปลีกตัวอื่น ที่ได้รับผลดีจากการขึ้นค่าแรง เช่น หุ้น บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO บวก 2.50% ราคาเพิ่มขึ้น 1 บาท มาอยู่ที่ 41 บาท มูลค่าการซื้อขาย 7.6 ล้านบาท , บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 ราคาเพิ่มขึ้น 0.30 บาท มาอยู่ที่ 16.30 บาท มูลค่าการซื้อขาย 91 ล้านบาท
บล.ยูโอเบีเคย์เฮียน ระบุ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ บวกต่อหุ้นค้าปลีกและบริโภค อาทิ CPALL, ROBINS, MAKRO, TK, COM7 แนะเก็งกำไร
ด้านบล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุ COM7 ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและผู้บริโภคต้องการใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น กำไรไตรมาส 4 ปี 60 โตแกร่งและมีแนวโน้มดีในปี 61 คาดกำไรปี 60-61 โต 41% และ 35%  แนะซื้อให้ราคาเป้าหมาย   18.90 บาท
 ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวถึงมติการปรับขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศว่า ถือว่ามีความเหมาะสม เพราะภาคแรงงานไม่ได้ปรับค่าแรงขั้นต่ำมานานถึง 3 ปีแล้ว และเชื่อว่าเมื่อค่าแรงเพิ่มสูงขึ้นจะส่งผลดีต่อการเพิ่มอำนาจซื้อของประชาชน ผู้ประกอบร้านค้าก็จะได้รับประโยชน์สามารถขายสินค้าได้มากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน

สำหรับข้อกังวลที่ผู้ประกอบการจะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงนั้น รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า กระทรวงการคลังจะเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ เช่น มาตรการทางภาษีให้แก่ผู้ประกอบการ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะต้องดูแลราคาสินค้าให้มีความเหมาะสมด้วย


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุษบา ศรีลาปัง