รัฐโหนกระแสตูน.. เศรษฐีอิ่มบุญ หักภาษีบริจาคโรงพยาบาลได้2เท่า

รัฐโหนกระแสตูน.. เศรษฐีอิ่มบุญ หักภาษีบริจาคโรงพยาบาลได้2เท่า

Publish 2018-01-17 18:49:15

อานิสงส์แรง  ทำดีต้องได้ดี

กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคให้แก่สถานพยาบาล เพื่อช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและการคลังของสถานพยาบาล อันจะมีส่วนช่วยทำให้สถานพยาบาลสามารถให้บริการสาธารณสุขได้อย่างมีคุณภาพ และเพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมในการให้บริการด้านสาธารณสุข จึงเห็นควรกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการบริจาคเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสถานพยาบาล โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

กำหนดให้บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถานพยาบาลซึ่งดำเนินการโดยกระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจสถาบันการศึกษาของรัฐ หน่วยงานอื่นของรัฐ สภากาชาดไทย และสถานพยาบาลอื่นที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ดังนี้



1.บุคคลธรรมดา ให้หักลดหย่อนได้เพิ่มอีก 1 เท่า รวมหักได้เป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับการบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาแล้ว ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว

2.บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้หักเป็นรายจ่ายเพิ่มอีก 1 เท่า รวมหักได้เป็นจำนวน 2 เท่าของรายจ่ายที่บริจาค ไม่ว่าจะได้จ่ายเป็นเงินหรือทรัพย์สิน แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา และรายจ่ายที่กำหนดแล้วต้องไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา

3.ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่บุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน หรือการขายสินค้า หรือสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคข้างต้น

ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด และสำหรับการบริจาคที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561
 


สำหรับรายชื่อเศรษฐีใจบุญ ที่เข้าร่วมโครงการ"ก้าวคนละก้าว" ร่วมบริจาคที่ผ่านมา เช่น จิมมี่ ชวาลา ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางคือ “เศรษฐีใจบุญเมืองนคร” นักธุรกิจห้างผ้ารายใหญ่ของ จ.นครศรีธรรมราช คือ “ห้างผ้าจิมมี่” ซึ่งเคยบริจาคเงิน 28 ล้านบาท ซื้อทองคำบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์วัดพระมหาธาตุ ให้เงิน 16 ล้านบาท โดยจิมมี่ประกาศมอบเงินการกุศลโครงการ ก้าวคนละก้าวในนามชาวนครศรีธรรมราช 1.6 ล้านคนๆละ 10 บาท เป็นเงินทั้งสิ้น 16 ล้านบาท

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ โดย อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ร่วมสนับสนุนบริจาค 87 กว่าล้านบาทตั้งแต่เริ่มโครงการ และมีหน่วยงานอื่นร่วมสนับสนุนเงินในวันนี้อีก 12.36 ล้านบาท ยอดรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 100 ล้านบาท สำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” พร้อมกับมอบลูกฟุตบอลในโครงการ “ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย” จำนวนกว่า 20,000 ลูก ให้กับเยาวชนทั่วประเทศ รวม 77 จังหวัด

กลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์โดยศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ / ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น 
 พร้อมลูกค้า ที่บริจาคเงินผ่านช่องทางทรูมูฟเอช ทรูมันนี่ และทรูยู ส่งมอบเงินบริจาครวม 60 ล้านบาทให้กับโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ที่  “พี่ตูน บอดี้สแลม” ประชาชนร่วมกันบริจาค ได้ 30 ล้านบาท บริษัท สมทบอีก 30 ล้านบาท รวมเป็น 60 ล้านบาท

สมศักดิ์ อมรรัตนชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ห้องเย็นเอเชี่ยนฟู้ด ให้เงินสด 10 ล้านบาท มามอบให้ พี่ตูน น้ำหนักทั้งหมด 12 กิโลกรัม แต่นำบางส่วนมาทำเป็นพวงมาลัย มอบให้กับคุณตูน และที่เหลือจะใส่ถุงมอบไปพร้อมกัน 
นอกจากนั้นยังมีเศรษฐีผุ้ใจบุญรายอื่นๆ อีกมากมายทั้งที่ประสงค์ออกนามและไม่ออกนามร่วมบริจาคเงินให้กับโครงการ"ก้าวคนละก้าว" ของ พี่ตูน ....
 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุษบา ศรีลาปัง