4.7 ล้านคนจะหายจน...อย่างไร???

4.7 ล้านคนจะหายจน...อย่างไร???

Publish 2018-01-17 11:43:38

ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องอ่าน ให้ทั้งเงินและงาน

เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยบูรณาการโครงการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย แรงงาน เกษตรและสหกรณ์ และพาณิชย์ เป็นต้น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตฯ ระยะที่ 2 ซึ่งครอบคลุมผู้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 กว่า 4.7 ล้าน คน

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องทำ ควบคู่ไปกับการให้เงินอุดหนุนแล้ว ต้องมุ่งสร้างโอกาสพัฒนาทั้ง 4 มิติ คือ มีงานทำ ฝึกอบรมและการศึกษา การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ และการเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐาน รวมทั้งสิ้น 34 โครงการ อาทิ โครงการเพิ่มทักษะอาชีพแก่เกษตรกรผู้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรผู้มีบัตร ประมาณ 322,005 คน โครงการจ้างแรงงานชลประทานสร้างรายได้แก่เกษตรกร จ้างแรงงานภาคการเกษตร ก่อ สร้างและบำรุงรักษางานด้านชลประทาน เช่น งานก่อสร้างแหล่งนํ้าและระบบส่งนํ้า งานซ่อม แซมโครงการชลประทาน เป็นต้น กลุ่มเป้าหมายคือ เกษตรกร ผู้ถือบัตรประมาณ 7,502 คน



โครงการเพิ่มศักยภาพผู้มี รายได้น้อยที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้และความมั่นคงในชีวิต ครอบคลุมผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ 1 ล้านคน โครงการสินเชื่อชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อพัฒนาอาชีพของผู้มีรายได้น้อย พุ่งเป้าไปที่กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการเกษตร จำนวน 5,000 กลุ่ม โครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของผู้มีรายได้น้อยในระบบ ธ.ก.ส. มุ่งไปที่กลุ่มเกษตรกรผู้มีบัตรสวัสดิการฯ จำนวน 535,137 คน และโครงการสนับสนุนสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินระยะที่ 2 ของ ธ.ก.ส. กลุ่มเกษตรกรผู้มีบัตรสวัสดิการฯจำนวน 1 แสนคน

ทั้งยังเห็นชอบมาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนการพัฒนาผู้มีบัตร สำหรับบริษัทเอกชนที่จัดการฝึกทักษะฝีมือให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือพิจารณาจ้างงานเป็นกรณีพิเศษให้หักรายจ่ายได้ 1.5 เท่าของรายจ่ายในส่วนที่ไม่เกิน 12% ของจำนวนลูกจ้างในบริษัท สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2561-31 ธันวาคม 2562 ซึ่งรัฐบาลคาดหวังว่า เมื่อมีเอกชนเข้าร่วมช่วยเหลือน่าจะครอบคลุมผู้ที่ลงทะเบียนทั้งหมด 4.7 ล้านคนดังกล่าว
 


นอกจากนั้นการประชุมวันนั้น ครม.ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณไว้รองรับค่าใช้จ่ายวงเงินรวมกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น งบในการบริหารจัดการของคณะกรรมการและคณะทำงานที่แต่งตั้งขึ้น วงเงินไม่เกิน 2.99 พัน ล้านบาท งบสำหรับโครงการเพื่อรองรับมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินไม่เกิน 6.77 พันล้านบาท และงบสำหรับธนาคารออมสินและธ.ก.ส. เพื่อใช้ในการดำเนินงาน วงเงินไม่เกิน 1.2 หมื่นล้านบาท

อีกส่วนเป็นงบที่จัดสรรเพิ่มเติมให้กับผู้มีบัตร สำหรับซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรมจากร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด โดยจะเริ่มได้รับเงินเดือนถัดไปหลังจากแสดงความประสงค์จะพัฒนาตนเองในแบบประเมินและเมนูการพัฒนารายบุคคลจนถึงเดือนธันวาคม 2561 โดยผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทในปี 2559 ได้รับวงเงินเพิ่มจาก 200 บาท เป็น 300 บาท/คน/เดือน และผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาทในปี 2559 ได้รับวงเงินเพิ่มจาก 300 บาท เป็น 500 บาท/คน/เดือน วงเงินไม่เกิน 1.38 หมื่นล้านบาท โดยผู้มีบัตรต้องเข้าร่วมโครงการตามข้อกำหนดไม่เช่นนั้นจะหักเงินคืน

รวมทั้งได้มีมติแต่งตั้ง “คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” (คนส.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ทำหน้าที่กำหนดนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมตั้ง “คณะอนุกรรมการติด ตามการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” (คอต.) ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เพื่อติดตามความคืบหน้าและผลดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตรายบุคคล


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุษบา ศรีลาปัง