ผงะ 5 รสก. ขึ้นค่าบริการจนรวย

ผงะ 5 รสก. ขึ้นค่าบริการจนรวย

Publish 2018-01-16 11:16:44


เห็นฐานะการเงิน กองสลาก แล้วจะตกใจ มอมเมาประชาชน จนรายได้พุ่ง

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในเดือน ธ.ค.60 สคร.จัดเก็บรายได้แผ่นดินจำนวน 4,413 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายการจัดเก็บรายได้แผ่นดินจำนวน 2,463 ล้านบาท ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2561 (ต.ค.-ธ.ค.60) สคร.จัดเก็บรายได้แผ่นดินรวมทั้งสิ้นจำนวน 43,313 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายสะสม จำนวน 9,557 ล้านบาท หรือคิดเป็น 28% ซึ่งมีส่วนช่วยรักษาเสถียรภาพการคลังของประเทศ

ชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. ในฐานะโฆษก สคร. กล่าวว่า สาเหตุหลักที่รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้แผ่นดินสูงกว่าเป้าหมาย เนื่องจากประสิทธิภาพการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีส่วนทำให้ผลประกอบการของรัฐวิสาหกิจดีขึ้น โดยมีรัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2561สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำนวน 13,384 ล้านบาท สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 8,483 ล้านบาท ธนาคารออมสิน จำนวน 6,525 ล้านบาท การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 5,693 ล้านบาท และการไฟฟ้านครหลวง จำนวน 2,510 ล้านบาท
 



เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวสรุปว่า ในปีงบประมาณ 2561 สคร.ได้มีนโยบายเพื่อสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมมาใช้ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อรัฐวิสาหกิจจะได้มีผลประกอบการที่ดียิ่งขึ้น และสามารถนำส่งรายได้แผ่นดินเป็นไปตามเป้าหมายการจัดเก็บตามเอกสารงบประมาณ 2561 ที่กำหนดไว้จำนวน 137,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพการคลังของประเทศด้วย

ด้านการกำหนดงบประมาณปี 2562 ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า การประชุมร่วม 4 หน่วยงาน เพื่อกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2562 เบื้องต้นกำหนดกรอบงบประมาณรายจ่ายไว้ที่ 3 ล้านล้านบาท ตั้งเป้าการจัดเก็บรายได้ไว้ที่ 2.55 ล้านล้านบาท และตั้งเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณที่ 4.5 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 21% ของงบลงทุนกว่า 6 แสนล้านบาท ภายใต้การคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่ 4.2%

นอกจากนี้ในปีงบประมาณ 62 ตั้งเป้างบชำระหนี้ไว้ที่ 3% ประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในสัปดาห์นี้ และเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาได้ต้น มิ.ย.61
 

 



ผอ.สำนักงบประมาณ กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 62 จะเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง การปฎิรูปเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ลดความเหลื่อมล้ำ สนับสนุนการเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล สนับสนุนการแข่งขันของประเทศ นอกจากนี้ ยังจะครอบคลุมการเพิ่มประสิทธิภาพของเศรษฐกิจฐานราก ลดความซ้ำซ้อน พร้อมทั้งมีการเพิ่มงบบประมาณเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติ

โดยในปี 62 จะเน้นลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เศรษฐกิจฐานราก โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศในด้านการบริหารจัดการน้ำ ระบบคมนาคมขนส่งทางบก โดยในการบริหารจัดการน้ำจะเน้นการป้องกันการเกิดภัยพิบัติ การกระจายน้ำไปสู่ภาคการเกษตรเพื่อรองรับการเพาะปลูก

"เรื่องของการจัดทำงบสมดุล คงต้องดูภาพรวมของเศรษฐกิจด้วยว่าเรามีรายได้สูงเพียงพอจะรองรับรายจ่ายหรือไม่ ต้องดูเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวม เดิมคาดการณ์ไว้ว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา น่าจะทำงบสมดุลได้ แต่ก็มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทย จึงต้องชะลอเรื่องนี้ไปก่อน ทำให้ที่ผ่านมาไทยจึงจำเป็นต้องรักษาเสถียรภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ก่อน สะท้อนจากการจัดทำงบขาดดุลในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปี 61 ที่ขาดดุลที่ 4.5 แสนล้านบาท ส่วนตัวคาดว่าจะสามารถจัดทำงบสมดุลได้ ผมก็มีเป้าไว้ในใจแล้ว แต่ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยว่าจะทำได้เมื่อไร" ผอ.สำนักงบประมาณ กล่าว
 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

บุษบา ศรีลาปัง