รวบแก๊งใหญ่ปล่อยกู้เถื่อน ทำสัญญาผ่านแอป ลูกค้าครึ่งหมื่นราย เงินในบัญชีกว่า 22 ล้าน ใครจ่ายช้าเจอโพสต์ประจาน

Publish 2020-06-22 12:54:33


กลายเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกทลาย แอพลิเคชันปล่อยเงินกู้ผ่านแอพลิเคชัน เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด พบมีลูกหนี้ถูกติดตามทวงเดือนละกว่า 5,000 ราย ขณะที่อายัดเงินในบัญชี 31 บัญชี พบมีเงินมากกว่า 22 ล้านบาท




ด้าน ‎พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุมกลุ่มต้องหาปล่อยเงินเรียกเก็บ ที่มีพฤติการณ์ให้ประชาชนกู้ยืมเงินเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบประชาชน ผ่านแอพลิเคชันที่ใช้ชื่อว่า TRUE CASH PRO โดยตำรวจนำหมายศาลเข้าตรวจค้น 3 จุด คือที่สำนักงานที่ตั้งของบริษัทปล่อยเงินกู้ และที่พักผู้ต้องหาในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี , บริษัททวงถามหนี้ย่านโชคชัย 4 

 


โดยยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและตั้งโต๊ะ รวม 22 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 35 เครื่อง พร้อมอายัดบัญชีธนาคาร 31 บัญชี จาก 6 ธนาคาร ยึดเงินในบัญชีได้กว่า 22 ล้านบาท และจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติจีนได้ 2 คน คือ นายล่าง จู และนายซง ซง จู ซึ่งเป็นโปรแกรมเมอร์คอยควบคุมระบบและดูแลติดตามผลการทวงหนี้ให้กับนายทุน ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ฐานร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด พร้อมนำตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 17 คน ไปสอบสวน

 

 



สำหรับพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหา พบว่ามีการเปิดแอพลิเคชันให้กู้ยืมเงินผ่านช่องทางดาวน์โหลดทั่วไป โดยให้ลูกหนี้กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลที่ทำงาน หรือเพื่อนที่รู้จัก เพื่อนำไปใช้ติดตามทวงหนี้ หากลูกหนี้ผิดสัญญา หรือจ่ายเงินช้ากว่าที่กำหนด กลุ่มทวงหนี้จะนำข้อมูลลูกหนี้ไปโพสต์ประจานให้เกิดความอับอาย ขณะที่ผลการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหามีนายทุนอยู่ในสหรัฐอเมริกา มีความระมัดระวังตัวสูง โดยเฉพาะเมื่อทราบว่าตำรวจกำลังสืบสวน ก็มีการเปลี่ยนสถานที่ตั้งที่ทำงานหลายครั้ง และยังนำกล้องวงจรปิดไปติดตั้ง เพื่อเตรียมลบข้อมูลทันทีที่ตำรวจเข้าตรวจค้น 

 

 

ขณะที่หนึ่งในผู้เสียหาย ระบุว่า ได้กู้เงินเพื่อนำไปใช้จ่ายส่วนตัวประมาณ 2,500 บาท เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ได้รับเงินจริงแค่ 2,000 บาท ซึ่งได้ทยอยจ่ายไปจนครบ จนกระทั่งเมื่อกู้เงินครั้งที่ 2 เกิดจ่ายเงินล่าช้า ก็มีเจ้าหน้าที่มาติดตามทวงเงิน ซึ่งได้นัดหมายว่าจะจ่ายจนครบตอนสิ้นเดือนพฤษภาคม แต่ยังไม่ครบกำหนดนัด ก็มี sms ส่งไปยังคนที่ตนรู้จักเกือบ 30 คน ซึ่งเป็นข้อความทวงถามเงิน และยังข่มขู่ต่างๆ นานา จึงตัดสินใจดำเนินคดี

 

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวอีกว่า จะเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดี และยังมีอีกหลายบริษัทที่มีพฤติการณ์แบบเดียวกันนี้ ที่ตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจกำลังเฝ้าเก็บข้อมูล เพื่อเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;