จำคุก 37 ปี เลขาสาว ส.จ.คนดังเมืองพิจิตร ปลอมลายมือเจ้านายเบิกเงินไปกว่า 6 ล้าน

Publish 2016-06-05 12:41:14

พิจิตร - ศาลจังหวัดพิจิตร พิพากษา จำคุก 37 ปี เสมียนสาว รองประธานสภา อบจ.เมืองชาละวัน  หลังตกเป็นจำเลยปลอมแปลงลายเซ็นเบิกเงินเจ้านาย รวม 18 ครั้ง ได้เงินไปกว่า 6 ล้าน ก่อนเปลี่ยนชื่อ  เปลี่ยนรถ ทำศัลยกรรมหน้าใหม่หมด

      
วันนี้ ( 5 มิ.ย.)  รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดพิจิตรได้ออกนั่งบัลลังก์ และอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ1512/2558, อ1951/2558, อ2425/2558 คดีหมายเลขแดงที่ อ919/2559, อ920/2559, อ.921/2559ระบุว่า ที่นายพิศ วิริยะอารีธรรม รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร (สภาฯ อบจ.) เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.กัญญ์ณณัฐ์ อยู่บุญ หรือ "มด" อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/1 ถนนนอกทางรถไฟ ต.ในเนือง อ.เมืองพิจิตร


ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก น.ส.กัญญ์ณณัฐ์ ได้เข้าเข้ามาสมัครเป็นเสมียนและพนักงานบัญชี ของรองปธ.สภาฯ อบจ.พิจิตร ซึ่งเป็นนักการเมืองและนักธุรกิจชื่อดังของจังหวัดพิจิตร เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2557  แล้วแอบขโมยสมุดเช็คธนาคารกรุงไทย สาขาพิจิตร ของนายพิศ จากนั้นได้ปลอมลายมือชื่อของนายพิศแล้วนำเช็คไปเบิกเงินสดที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  สาขาสากเหล็ก และสาขาราษฎร์เกษมอุทิศ  ได้เงินไป จำนวน 6,310,000 บาท 
      
 
หลัวจากนายพิศ พบว่าเงินในบัญชีธนาคารหายไป จึงมอบหมายให้ นายสมชาย วทัญญูคุณากรณ ทนายความช่วยตรวจสอบ โดยได้รับความร่วมมือจากนายสุขเสริม ไพบูลย์สิริ ผู้จัดการสาขาอาวุโสธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิจิตร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สากเหล็ก และ สภ.เมืองพิจิตร ซึ่งพบว่าภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคารกรุงไทยทั้ง 2 สาขา  มีภาพของ  "น.ส.มด" นำเช็คมาเบิกเงินสดด้วยตนเองรวมทั้งสิ้น 18 ครั้ง




 

นอกจากนี้ในการสืบพยานในชั้นศาล พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทั้ง 2 สาขา มาให้การในฐานะพยานให้การยืนยันว่าคนที่นำเช็คมาเบิกเงินคือ น.ส. กัญญ์ณณัฐ์  รวมทั้งหลักฐานผลการตรวจรายมือชื่อจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าในช่องผู้สั่งจ่ายเช็คของกลางทั้ง 18 ฉบับ ระบุว่าไม่ใช่ลายมือของโจทก์


ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยมีความผิดหลายกรรมหลายวาระ  พิพากษา จำคุก 37 ปี  อย่างไรก็ตามหลังจากฟังคำตัดสินของศาลจำเลยได้ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อออกไปต่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์  


รายงานข่าวระบุด้วยว่า  หลังจาก น.ส.มด ได้เข้ามาทำงานไม่นาน แต่กลับซื้อรถยนต์คันใหม่  ไปทำศัลยกรรมใบหน้า เปลี่ยนชื่อ และทำเรื่องขอเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ  ซึ่งคาดว่า น.ส.มดน่าจะนำเงินที่แอบเบิกไปซื้อของดังกล่าว