ทองไทยร่วงหนักอีกวัน เปิดตลาดเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องกดทองลงอีก

ทองไทยร่วงหนักอีกวัน เปิดตลาดเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องกดทองลงอีก

Publish 2018-12-13 12:45:33



  เรียกว่าเป็นจังหวะที่นักลงทุนต้องจับตามองกันให้ดีกับราคาทองล่าสุดวันที่ 13 ธ.ค. 61 ที่ ตามประกาศสมาคมค้าทองคำ (Gold Traders Association) เปิดตลาดเวลา 09.27 น. ครั้งที่ 1 ราคาลดลง 50 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ พุธที่ 12 ธ.ค. 61 โดยราคาทอง วันที่ 13 ธ.ค. 61 ทองคําแท่ง รับซื้อบาทละ 19,200 บาท ขายบาทละ 19,300 บาท ทองคํารูปพรรณ รับซื้อบาทละ 18,859.04  บาท ขายบาทละ 19,800 บาท

 

 

 

        ตลาดทองคําโคเม็กซ์นิวยอร์ก (Commodity Exchange) ปิดตลาดเมื่อคืนที่ผ่านมา (12 ธ.ค. 61) เพิ่มขึ้น 2.8 ดอลลาร์ สู่ระดับ 1,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ จากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐทรงตัว ตลาดทองคําฮ่องกง เปิดตลาดเช้าวันนี้ (13 ธ.ค. 61) เพิ่มขึ้น 20 ดอลลาร์ฮ่องกง สู่ระดับ 11,610 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อตำลึง



   สำหรับราคาทองคำ spot กลับมาได้รับปัจจัยบวกหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐทรงตัว ทองไทยเปิดตลาดเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องกดทองลงอีก 50 บาท ตัวเลขเงินเฟ้อดัชนี CPI เดือน พ.ย. สหรัฐทรงตัวเมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 8 เดือน และเพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐชะลอตัว หลังจากเดือน ต.ค. ดัชนีเพิ่มขึ้นทั้งรายเดือนและรายปี ขณะที่ประเด็นข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น นับตั้งแต่ทั้งสองชาติระงับข้อพิพาทดังกล่าวชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน ล่าสุด ปธน.ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนกำลังดำเนินไปด้วยดี

 

      ปัจจัยเศรษฐกิจที่สำคัญในคืนวันนี้ ตลาดให้ความสำคัญติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) โดยเฉพาะการแถลงหลังประชุมของประธานอีซีบี เพื่อดูสัญญานแนวโน้ม นโยบายทางการเงินของอีซีบี ด้านรายงานเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะมีประกาศจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ราคาทองในประเทศ เปิดตลาดปรับลดลงต่อจากเมื่อวานอีก 50 บาท เนื่องจากได้รับปัจจัยลบกดดันจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยเช้านี้แข็งค่าขึ้นแตะ 32.71 บาท/ดอลลาร์

   ในส่วนของฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า แนวโน้มราคาทองคำ spot ระยะสั้นคาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,240-1,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวต้านที่ 1,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวต้านสำคัญ 1,255 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นแนวต้านของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,240 และ 1,230 ดอลลาร์ต่อออนซ์
  
  โดยปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดราคาทองคำได้แก่
1. ค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ
หากปัจจัยอื่นคงที่ โดยทั่วไปราคาทองคำจะเพิ่มขึ้น เมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ อ่อนค่าลง เพราะการซื้อทองคำเป็นการป้องกันความเสี่ยงในมูลค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ เนื่องจากค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ เป็นเงินสกุลหลักที่ใช้เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินต่างๆ ทั่วโลก ดังนั้นเมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ มีสัญญาณอ่อนค่าลง ธนาคารกลางประเทศต่างๆ ที่ถือครองเงินเหรียญสหรัฐฯ มักจะกระจายความเสี่ยง โดยแบ่งเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น เช่น เงินสกุลอื่นๆ รวมถึงทองคำ ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นด้วย



2. ความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ
หากปัจจัยอื่นคงที่ โดยทั่วไปราคาทองคำจะเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อที่มีประสิทธิภาพ โดยเราจะสังเกตทิศทางอัตราเงินเฟ้อได้จากทิศทางราคาพลังงาน (น้ำมัน) และราคาอาหารต่างๆ เพราะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อภาวะเงินเฟ้อโดยตรง

 

 

3. ความเสี่ยงทางการเมืองระหว่างประเทศและระบบการเงิน
ราคาทองคำมักจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนสูงในระบบการเงินโลก เนื่องจากในระหว่างช่วงที่เกิดเหตุการณ์เหล่านั้น การขายสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ มาถือครองทองคำแทนจะเพิ่มสูงขึ้นเพราะผู้ลงทุนมักจะป้องกันความเสี่ยงที่สินทรัพย์อื่นจะมีราคาตลาดลดลง ด้วยการย้ายมาถือครองทองคำ จะมากน้อยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเหตุการณ์แต่ละครั้ง

4. อุปสงค์และอุปทานในตลาด
หากปัจจัยอื่นคงที่ ราคาทองคำจะเพิ่มขึ้น เมื่อมีผู้ต้องการซื้อทองคำในปริมาณที่มากกว่าปริมาณทองคำที่มีในตลาด (Demand มากกว่า Supply) ทั้งนี้ อุปสงค์ (Demand) คือ ความต้องการใช้ทองคำนั้น ส่วนใหญ่มาจาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ภาคเครื่องประดับ ภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการแพทย์ และภาคการลงทุน ภาคการลงทุนมีความต้องการทองคำเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่ช่วงที่มี Credit Crisis ซึ่งมีสาเหตุมาจากข้อ 3 รวมถึงการที่ภาครัฐของประเทศต่างๆ มีการนำทุนสำรองไปซื้อทองคำมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวอยู่ในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เช่น จีน อินเดีย ที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ส่วนอุปทาน (Supply) นั้น คือ ความต้องการขายทองคำ ส่วนใหญ่มาจาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผลผลิตทองคำจากเหมืองทอง แรงขายจากธนาคารกลางประเทศ ต่างๆ และปริมาณทองคำเก่าที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ

 

 

5. ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ
ราคาทองคำในประเทศไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อค่าเงินบาทเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ อ่อนค่าลง เนื่องจากประเทศไทยไม่สามารถผลิตทองคำได้เอง จึงต้องนำเข้าทองคำจากต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งตลาดทองคำโดยทั่วไป มักจะใช้เงินสกุลเหรียญสหรัฐฯ เป็นสกุลเงินอ้างอิงในการซื้อขาย ดังนั้น อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและเงินเหรียญสหรัฐฯ จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำในประเทศไทย

 

ขอบคุณ ราคาทองคำ  


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย