กระทรวงพลังงานเร่งช่วยค่าน้ำมันวินมอ’ไซค์ หนุนลิตรละ 3 บาท ต่ออายุแล้วเสร็จ คาดมีผลเดือน ม.ค. 2562

กระทรวงพลังงานเร่งช่วยค่าน้ำมันวินมอ’ไซค์ หนุนลิตรละ 3 บาท ต่ออายุแล้วเสร็จ คาดมีผลเดือน ม.ค. 2562

Publish 2018-12-04 12:38:31


 

สืบเนื่องจากกรณีเมื่อช่วงเดือน ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา นางญาณี แสงศรีจันทร์โฆษกกรมบัญชีกลาง เผยว่ากำลังหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในกลุ่มผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างกว่า 1 แสนราย  

 

ซึ่งจะเปิดโอกาสให้รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนสามารถซื้อน้ำมันได้ในราคาที่ถูกกว่าราคาขายปลีก 3 บาทต่อลิตร โดยในขณะนั้นมีข้อมูลระบุว่ามีวินมอเตอร์ไซค์ผ่านเกณฑ์ได้รับสิทธิจำนวน 40,000 ราย อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 8,500 ราย ต่างจังหวัด 31,500 ราย และยืนยันว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ธ.ค. 2561 ก่อนที่จะประกาศบังคับใช้ต่อไป (อ่านต่อเพิ่มเติม : บิดกันให้ยาวข้ามปี ดีเดย์ กลางเดือน ธ.ค. แล้ว รัฐช่วยค่าน้ำมันวินมอ’ไซค์ หนุนลิตรละ 3 บาท)

 

 

ในเบื้องต้นมีผู้ค้ามาตรา 7 ฐานะผู้ประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 8 ราย ประกอบไปด้วย

1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

2. บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก

3. บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

4. บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

5. บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน)

6. บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

7. บริษัท พี.ซี.สยาม ปิโตรเลียม จำกัด

8. บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด



ความคืบหน้าล่าสุด 4 ธ.ค. 2561 นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ขณะนี้ทางกระทรวงพลังงานมิได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง เพื่อหารือเกี่ยวกับเงื่อนไขการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งแหล่งเงินที่จะเข้ามาช่วยเหลือ หลังจากที่ผ่านมาไม่สามารถใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ เพื่อให้ทันเดือน ม.ค. 2562  
 
"โครงการนี้ไม่ได้เน้นวินมอเตอร์ในกรุงเทพฯ เพียงอย่างเดียว เพราะส่วนใหญ่ผู้ประกอบการมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ตรงกับเงื่อนไข คือ เป็นผู้ขึ้นทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก และถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีวินมอเตอร์ไซค์ที่ผ่านเกณฑ์ประมาณ 40,000 ราย แบ่งเป็นวินมอเตร์ไซค์ในพื้นที่กรุงเทพฯ 8,500 คัน และต่างจังหวัด 31,500 คัน จากจำนวนวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก 190,000 คัน แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 100,000 คัน และต่างจังหวัดอีก 90,000 คัน" 
 
ส่วนเรื่องการประชุมคณะทำงานพิจารณากลั่นกรองกองทุนเพื่อการส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน ที่มีนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน เป็นประธาน จะมีการพิจารณาอนุมัติแนวทางการเปิดให้ยื่นคำขอสนับสนุนเงินจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานสำหรับงบประมาณปี 2562 รอบที่ 2 มีวงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท หลังจากนั้นจึงจะนำเสนอเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการกองทุนอนุรักษ์ โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานวันที่ 6 ธ.ค.นี้ เพื่อนุมัติให้เปิดดำเนินโครงการต่อไป

 



ทั้งนี้ หากได้รับการเห็นชอบจากบอร์ดกองทุนอนุรักษ์ จะเปิดให้มีการยื่นขอรับเงินสนับสนุนได้ทันทีไปจนถึงเดือน ก.พ. 2562 เพื่อขออนุมัติจากบอร์ดกองทุนฯ ให้โครงการสามารถรับเงินจัดสรรเพื่อเดินหน้าโครงการต่างๆ ได้ภายในวันที่ 1 มี.ค. 2562 แต่หากโครงการดังกล่าวได้รับการอนุมัติไม่เต็มวงเงินก็จะเป็นการสิ้นสุด ไม่มีรอบที่ 3 และจะปิดโครงการในทันที จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาเพื่อจัดสรรงบประมาณปี 2563 เพื่อดำเนินงานต่อไป
 
และเพื่อให้โครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริงและสอดรับกับวัตถุประสงค์ของกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ทางสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจึงได้เปิดอบรมวิธีเขียนโครงการให้ถูกต้องโดยเริ่มจากที่กรุงเทพฯ เป็นอันดับแรกเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากนั้นจึงจะทำการขยายขอบเขตการอบรมไปยัง ทั้งหมด 4 ภาคที่เหลือเพื่อให้ครอบคลุมการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนั้นจะเป็นการมุ่งเน้นให้สอดรับกับกองทุนอนุรักษ์พลังงานแล้วยังต้องสอดรับกับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) อีกด้วย

 


 
ปลัดทระทรวงพลังงานทิ้งท้ายเพิ่มเติมว่า "ก่อนหน้านี้การเปิดรอบแรกของปีงบประมาณ 2562 วงเงิน 10,448 ล้านบาทแต่อนุมัติไปประมาณ 1,056 ล้านบาท ซึ่งมีบางโครงการที่ก่อนหน้านี้ได้อนุมัติไปแล้วแต่ให้ไม่เต็มวงเงินตามที่ขอโดยมีการตัดงบประมาณไปบางส่วน การประชุมเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. จึงได้มีการพิจารณาให้วงเงินเพิ่มแต่ไม่เกินที่เคยขอมาเพราะมีการระบุว่าไม่สามารถเดินหน้าโครงการได้ซึ่งเป็นโครงการที่เกี่ยวกับการอบรมพัฒนาบุคคลากรของสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)"
 
ทั้งนี้ปัญหาด้านพลังงานในประเทศไทยนั้น ถือเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขไปทีละเปลาะเนื่องด้วยปัจจัยอันหลากหลายที่สัมพันธ์กับกลไกตลาดโลก ความผันผวนของราคาน้ำมันจึงมิอาจควบคุมได้โดยรัฐบาลหรือผู้ใดผู้หนึ่ง แต่ทางภาครัฐก็พยายามดำเนินโครงการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตด้านการคมนาคมของประชากรในประเทศมาโดยตลอด เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่มีการหารือเพื่อเป็นการช่วยเหลือลดภาระค่าใช้จ่ายแก่ รถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะ เรือขนส่ง ซึ่งบี 20 เป็นน้ำมันไบโอดีเซลเกรดพิเศษที่มีราคาต่ำกว่าดีเซล โดยหลังจากมีมติทางภาครัฐจะทำให้ราคาถูกกว่า ราคาขายปลีก ซึ่งก่อนหน้านี้มีมติให้รัฐอุดหนุน 3 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.-28 ก.พ. 2562 อย่างไรก็ตามต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าโครงการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้หรือไม่

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน