เมียที่ปรึกษารมช. หงายการ์ด รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ออกโรงแจงดราม่าใช้รถหลวงพาคณะเที่ยว

เมียที่ปรึกษารมช. หงายการ์ด รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ออกโรงแจงดราม่าใช้รถหลวงพาคณะเที่ยว

Publish 2018-11-01 09:54:46


เชื่อว่าหลายๆท่านคงเคยเห็นภาพที่คุ้นเคยกันดีกับภาพที่ข้าราชการบางท่านนำรถหลวงมาวิ่งเฉิดฉาอยู่บนท้องถนน อาจจะเนื่องด้วยภาระกิจส่วนตัว หรือโดยกิจธุระที่มีเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งบางคนได้เห็นภาพเหล่านั้นแล้ว บาดตาบาดใจก็อัดอั้น ตันใจ โดยตามกฎหมายไทยแล้วนั้น ข้าราชการที่นำรถหลวงไปใช้ส่วนตัวนั้นถือได้ว่ากระทำความผิดตามมาตรา151 ป.อาญา ซึ่งถือว่ามีโทษหนักเลยทีเดียว 

 


จากกรณีที่ได้มีแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อ "ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน" ได้เผยแพร่ภาพระบุข้อความว่า "เมียที่ปรึกษารัฐมนตรี ใช้รถหลวงพาคณะตะลอนทัวร์ ใช้รถหลวงจัดทัวร์วันเดย์ทริป เมื่อวันเสาร์ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา คณะคุณนายที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการพร้อมบรรดาเซเลปสงขลา ใช้รถตู้ สพป.สงขลา เขต1 ตะลอนทัวร์ 9 ภารกิจแสนชิลล์ทั่วเมืองพัทลุง" 

 

 

"เริ่มต้นภารกิจแรกออกเดินทางไปกินข้าวร้านอาหารชื่อดังใน อ.ตะโหมด ต่อด้วยแวะเซลฟี่สวนมโนราห์ เดินชมวังเจ้าเมืองพัทลุง ช๊อป ชม ชิมอาหารที่สวนไผ่ขวัญใจ ตลาดป่าไผ่สร้างสุข อ.ควนขนุน ชมวิถีชาวนาชมธรรมชาติชิลล์ ๆ นาโปแก เลือกซื้อกระเป๋ากระจูดที่ VARNI และทะเลน้อย เที่ยวมาทั้งวันพักเบรคเดินเล่นแถวตลาดเรื่องเล่ากับข้าวยามเย็น ปิดท้ายภารกิจด้วยการแวะทานข้าวร้านอาหารหรูริมไฮเวย์ทางหลวง เป็นการนำรถราชการไปใช้ได้คุ้มจริงๆ #สพป_สงขลาเขต1 #ใช้รถหลวง #ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน 61-10-024" 


 

 

 

 



หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ออกมา ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างหนัก เนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและผิดหลักกฎหมายของไทย บ้างก็บอกว่าภาษีที่ต้องจ่ายทั้งนั้น บ้างก็บอกว่า เสียค่ารถตู้ไปดิ 1500-1800 บาทเอง บ้างก็บอกว่าไปเที่ยวส่วนตัวก็ควรใช้รถยนต์ส่วนตัว 

 

 

ล่าสุดเมื่อวานนี้ นางสุธีรา วาสะศิริ (ภรรยาของที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการ) บุคคลที่ถูกกล่าวถึงในเพจพร้อมกับทนายความ ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่า "ในวันดังกล่าวนั้นได้ไปมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนยากจน ที่มาเปิดเล่นดนตรีตั้งกล่องบริจาคอยู่ที่สวนไผ่ขวัญใจ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของ จ.พัทลุง โดยตนเดินทางไปกับกลุ่มเพื่อนจำนวนทั้งหมด 14 คน เพื่อไปบริจาคเงิน แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่าหลังจากมอบทุนเสร็จ ก็มีการเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของ จ.พัทลุงต่อ โดยมีเพื่อนเป็นคนในพื้นที่พาไปเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเทียวใน จ.พัทลุง และมีการถ่ายภาพร่วมกันตามปกติ แต่กลับนำภาพเฉพาะที่พวกตนไปเที่ยวตามที่ต่างๆ มาโจมตีว่าใช้รถหลวงไปเที่ยว แต่ไม่มีการนำภาพตอนที่พวกตนไปมอบทุนการศึกษามาเผยแพร่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้น"

 

 

 

 

 



นอกจากนี้ในเรื่องที่ได้นำรถในราชการมาใช้นั้น ได้มอบหมายให้ ทนายความ นายโอฬาร กุลวิจิตรชี้ ได้ชี้แจง ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทางทนายได้ชี้แจงว่า "ทางคณะได้นัดหมายและเดินทางกันไป เพื่อไปช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่มาเล่นดนตรีที่สวนไผ่ขวัญใจ ซึ่งได้รับการประสานจากสวนไผ่ขวัญใจ" ส่วนประเด็นที่เอารถหลวงไปใช้นั้น ได้มีการทำหนังสือขออนุญาติ แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ว่าหากนำรถหลวงไปใช้่โดยไม่เกี่ยวข้องกับราชการก็อาจจะเกิดอารติดขัดได้ แต่ด้วยเห็นว่าเป็นการไปมอบทุนการศึกษาและเกรงใจ เลยอนุญาติให้ไป ส่วนจะแจ้งความไหมนั้น เบื้องต้นขอเป็นการแจ้งขอเท็จจริงให้ทราบเท่านั้น ไม่ต้องการที่จะดำเนินคดีใดๆต่อ เพราะเป้นเพียงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เท่านั้น" ถึงอย่างไรก็ต้องปล่อยให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับการนำในราชการมาใช้ โดยไม่ทราบถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ และประเด็นที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักของกฎหมาย 

 

 

 

 

 


ขอบคุณ sanook.com ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน

 


 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

อุรัสยา มีมะแม