พี่วินมีเฮ รัฐฯเล็งช่วยค่าน้ำมัน อุ้มผู้ขับขี่รถจยย.รับจ้าง ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

พี่วินมีเฮ รัฐฯเล็งช่วยค่าน้ำมัน อุ้มผู้ขับขี่รถจยย.รับจ้าง ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

Publish 2018-10-12 11:29:57


 

 

     ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ประกอบอาชีพ ขับขี่วินมอเตอร์ไซต์รับจ้าง ได้เฮลั่นดังๆ กันอีกครั้ง หลังกรมบัญชีกลางออกมาอัพเดตข่าวดี เกี่ยวกับการขยายสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ หวังอุ้มกลุ่มผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง กว่า 1 แสนราย เพื่อชดเชยค่าน้ำมันหรือให้สิทธิซื้อน้ำมันราคาถูกกว่าปกติ ซึ่งในตอนนี้ทางภาครัฐได้ช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในด้านอื่นๆ ไปแล้วกว่า 11.1 ล้านราย 

 

    ทั้งนี้จากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นทำให้ นางญาณี แสงศรีจันทร์ โฆษกกรมบัญชีกลาง ออกมาเผยว่า ขณะนี้กรมบัญชีกลางได้ร่วมมือกับกระทรวงการคลังมีแผนที่จะขยายสิทธิการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในกลุ่มผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างกว่า 1 แสนราย โดยมอบให้กระทรวงพลังงานทำการสำรวจข้อมูลกลุ่มขับขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ว่าได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงขึ้นมากน้อยเพียงใด โดยตอนนี้ทางกระทรวงพลังงานกำลังตรวจเช็กข้อมูลกลุ่มผู้ขับขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อสรุปมาตรการที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร

 

 



 

     ในตอนนี้ทางกรมบัญชีกลางกำลังเร่งเตรียมความพร้อมในการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มแวต (VAT) ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 11.1 ล้านรายในเดือนพฤศจิกายน 2561 และโดยในเดือนตุลาคม 2561 จะเริ่มใช้การสแกนใบหน้า Application face scan เพื่อให้ผู้มีสิทธิใช้ชำระเงินแทนการกดรหัสเลข 6 หลัก ในรูปแบบเดิม กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเป็นทางเลือกในการชำระค่าสินค้าและบริการแก่ประชาชน โดยร้านค้าเอกชน ห้างสรรพสินค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการชดเชยเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ด้วย ซึ่งเอกชนผู้เข้าร่วมโครงการจำเป็นต้องมีเครื่องแยกภาษีและเครื่องรับบัตรอีดีซีและเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมบัญชีกลางให้เรียบร้อยก่อน ประเมินว่าเมื่อเริ่มโครงการคืนภาษีจะมีร้านค้าเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นราย ในตอนนี้จะมีการเปิดรับสมัครร้านค้าที่มีความประสงค์เข้าโครงการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จนถึงวันที่ 15 ต.ค. 2561

 

 

     ทั้งนี้ในส่วนของการวางเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์อีดีซี ทำไปแล้ว 35,359 เครื่อง และมียอดการใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560-27 กันยายน 2561 รวม 42,440 ล้านบาท แบ่งเป็น ร้านธงฟ้าประชารัฐ 41,318 ล้านบาท ร้านก๊าซหุงต้ม 59.5 ล้านบาท รถ บขส. 111.7 ล้านบาท รถไฟ 217.6 ล้านบาท

 

      ขณะที่การใช้บริการรถไฟฟ้า ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 มียอดการใช้สิทธิแล้ว 8.7 ล้านบาท และเงินมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้มีการโอนเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) แล้วจำนวน 724.6 ล้านบาท ด้านการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพจากกองทุนผู้สูงอายุสำหรับภาษีสรรพสามิตและสุรายาสูบ โดยโอนเข้า e-Money ให้กับผู้สูงอายุที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามสิทธิที่ได้รับ เดือนละ 50 บาทและ 100 บาท เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกและกำลังซื้อให้ผู้มีสิทธิ สามารถนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้จ่ายได้ตามความต้องการ และยังได้พัฒนารูปแบบการชำระเงินให้สามารถชำระเงินผ่านทาง Moblie Application ถุงเงิน โดยมีร้านค้าที่ใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นถุงเงินแล้ว 7,837 ร้านค้า เป็นเงิน 140.85 ล้านบาท

 

 



 

    ในส่วนของเงินช่วยเหลือวินมอเตอร์ไซค์นั้นจะใช้เป็นเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งเงินก้อนนี้จะไม่เกี่ยวกับเงินจากกองทุนประชารัฐ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากประชาชนกลุ่มผู้ใช้แรงงาน โดยจะเป็นเงินที่มาอุดหนุนช่วยเหลือค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้ผ่านการใช้จ่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถเสนอรายละเอียดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้อย่างช้าภายในเดือน พ.ย. 2561 นี้

 

 

    ส่วนในด้านขั้นตอนการปฎิบัติทางกระทรวงพลังงานจะต้องทำการโอนเงินผ่านทางกรมบัญชีกลาง เพื่อนำเงินนั้นเข้าไปใส่ในบัตรสวัสดิการเพื่อใช้จ่ายตามปั๊มน้ำมันที่เข้าร่วมโครงการและรับบัตรอีดีซีได้ ซึ่งเบื้องต้นน่าจะมีที่ปั๊ม ปตท. และบางจาก ที่พร้อมเข้าร่วม ต่อไป

 

ขอขอบคุณข้อมูลกรมบัญชีกลาง , กระทรวงการคลัง



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย