กระชากหน้ากาก! “เนชั่น” ยื่น ก.ล.ต. เอาผิดอดีตผู้บริหารฯ ตกแต่งบัญชีรายได้เกินจริง?

Publish 2018-10-11 21:10:49



ภายหลังจาก “สำนักข่าวทีนิวส์”  โดย  ดร.เวทิน​ ชาติกุล​ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ และ บรรณาธิการอำนวยการของทีนิวส์  ได้เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวเนื่องกับการเข้าบริหารงานสื่อออนไลน์และเพจของเครือเนชั่นไปตามลำดับ  เพื่อความเข้าใจอย่างถูกต้องกับสาธารณชน     ต่อกรณีอดีตผู้บริหารเนชั่นฯรายหนึ่ง   ออกมาเคลื่อนไหวผ่านสื่อโซเชียลในเชิงกล่าวหา”สำนักข่าวทีนิวส์”  และถือเป็นการให้ข้อมูลผิดจากข้อเท็จจริง   ตามรายละเอียดนำเสนอไปก่อนหน้า

 

 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  เปิดด้วยข้อเท็จจริง! "ทีนิวส์" ไปช่วย​ "เนชั่น" กู้วิกฤติ​ไม่ใช่หาประโยชน์) https://www.tnews.co.th/contents/480559

 



ล่าสุดมีข้อมูลสำคัญอีกด้านแสดงให้เห็นเจตนาแท้จริง  ในการเคลื่อนไหวของอดีตผู้บริหารเนชั่นฯรายดังกล่าว  โดย นายสมชาย มีเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น มัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG  ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ (11 ต.ค.) ว่า  ตามที่บริษัทได้แจ้งต่อผู้ถือหุ้นในเบื้องต้นให้ทราบว่าบริษัทได้ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินและพบว่า ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงบการเงินประจำปี 2560 ของบริษัท มีการบันทึกรายได้ค้างรับที่มีนัยสำคัญ ที่อาจเป็นการบันทึกรายได้อันเป็นเท็จและไม่สอดคล้องกับผลประกอบการที่เกิดขึ้นจริง จึงจำเป็นต้องขอเลื่อนการนำส่งงบการเงินประจำปี 2560 นั้น

 

โดยหนังสือฉบับนี้บริษัทขอชี้แจงว่า คณะกรรมการบริหารของบริษัท (ซึ่งเริ่มเข้ารับตำแหน่งในช่วงก.ย.2560-ม.ค.2561) ได้ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของบริษัทและได้พบข้อสงสัยที่เกี่ยวกับรายได้ค้างรับที่มีนัยสำคัญ ซึ่งบันทึกอยู่ในงบการเงินของบริษัทระหว่างปี 2557-2560 คณะกรรมการบริหารจีงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน-ชุดพิเศษ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาสอบสวนและรวบรวมพยายนหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากกรณีการบันทึกรายได้ค้างรับที่มีนัยสำคัญที่อาจเป็นการบันทึกรายได้อันเป็นเท็จ เพื่อให้งบการเงินมีข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงตามความเป้นจริง สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัท และมูลค่าหุ้นของผู้ถือหุ้นโดยรวม โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.2561 เป็นต้นไป เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อข้อสงสัยในงบการเงินประจำรอบปี 2557-2560 

 

คณะทำงานได้สอบสวนพนักงานที่เกี่ยวข้อง และได้ประชุมร่วมกัน 4 ครั้ง เมื่อวันที่ 6,13,21 และ 23 มี.ค.2561 ตามลำดับ ปรากฎพบความผิดปกติจากกรณีการบันทึกรายได้ค้างรับที่มีนัยสำคัญ จึงรายงานต่อคณะกรรมการบริหารของบริษัท และคณะกรรมการบริหารของบริษัทจึงได้รายงานต่อไปยังคณะกรรมการบริษัท

 



ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วเห็นว่า ข้อมูลตามที่ได้รับรายงานจากคณะกรรมการบริหาร ผ่านคณะทำงานชุดพิเศษ เป็นข้อมูลที่แสดงถึงความผิดปกติของรายการในงบการเงินบางรายการ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีนัยสำคัญต่องบการเงิน ดังนั้นบริษัทจึงยังไม่สามารถออกงบการเงินประจำปี 2560 เพื่อรับรองผลการดำเนินงานได้ และทำให้ผู้สอบบัญชีไม่สามารถสรุปผลการตรวจสอบได้ ในระหว่างตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวให้แน่ชัด  บริษัทจึงได้ขอเลื่อนการนำส่งงบการเงินประจำปี 25660 เป็นจำนวน 6 ครั้ง และได้เปิดเผยสารสนเทศผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

ทั้งนี้เพื่อให้เป็นการตรวจสอบข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้องและยืนยันถึงความชอบด้วยกฎหมายและหลักการทางบัญชีของการบันทึกงบการเงินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกรายได้ค้างรับที่ผิดปกติของบริษัท บริษัทจึงประสานงานและว่าจ้างให้บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จํากัด (ผู้สอบบัญชี) ซึ่งเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท ที่ได้ตรวจสอบงบการเงินของบริษัทในช่วงปี 2557 ถึง 2560 ให้ตรวจสอบข้อมูลรายได้ค้างรับของบริษัทและบริษัทย่อย ของงบการเงินประจําปี 2560 สิ้นสุด 31 ธ.ค.2560 อีกครั้ง ภายหลังจากการตรวจสอบดังกล่าวผู้บริหารของบริษัทจึงได้ปรับปรุงและแก้ไขงบการเงินที่เกี่ยวข้องย้อนหลังเพื่อให้งบการเงินดังกล่าวแสดงข้อมูลที่ถูกต้องตรงตามความจริงและสะท้อนถึงผลการดําเนินงานที่แท้จริงของบริษัท ปรากฏข้อความบันทึกไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ของผู้สอบบัญชีข้อ 3 เรื่องการปรับปรุงรายการทางการบัญชีดังนี้

 

“คณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัทได้แจ้งต่อสาธารณชนว่ามีข้อสงสัยในการรับรู้รายได้ค่าโฆษณาของปี 2560 และปีก่อนๆ กรรมการและผู้บริหารของบริษัทจึงได้สอบสวนกระบวนการและวิธีการทางบัญชีที่เกี่ยวกับการรับรู้รายได้ค่าโฆษณาของกลุ่มบริษัทและบริษัท ทั้งนี้ผู้บริหารพบว่าการรับรู้รายได้ค่าโฆษณาในงวดก่อนๆ จํานวนหนึ่งไม่มีหลักฐานที่เหมาะสมอย่างเพียงพอ  ตลอดจนไม่เป็นไปตามกระบวนการและวิธีการทางบัญชีที่กลุ่มบริษัทกําหนดไว้ ดังนั้นผู้บริหารจึงได้ปรับปรุงและแก้ไขงบการเงินที่เกี่ยวข้องย้อนหลัง ...”

 

ดังนั้นจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีการลงบันทึกรายรับเกินจริงในงบการเงินของบริษัท อันเป็นเหตุให้บริษัทมีรายได้ค้างรับปรากฏในงบการเงินเกินกว่าความเป็นจริงอย่างมีนัยสําคัญ โดยคณะทํางาน-ชุดพิเศษ มีความเห็นว่า พฤติกรรมของกรรมการบริษัทฯ และ/หรือผู้บริหารของบริษัทในขณะนั้น อาจมีลักษณะเป็นการลงข้อความเท็จหรือไม่ลงข้อความสําคัญในบัญชีหรือเอกสารของนิติบุคคลหรือที่เกี่ยวกับนิติบคุคลนั้นหรือทําบัญชีไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบันหรือไม่ตรงต่อความเป็นจริง เป็นเหตุให้งบการเงินของบริษัท สําหรับงวดสิ้นสุด ปี 2558, 2559 และ 2560 มีรายได้ค้างรับเกินกว่าความเป็นจริงอย่างมีนัยสําคัญ ทําให้บริษัท และผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหาย

 

ปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทได้แก้ไขเรื่องรายได้ค้างรับเกินกว่าความเป็นจริงและได้พิจารณาอนุมัติงบการเงินประจําปี 2560 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2561 และจะเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 3 /2561 เพื่อพิจารณาอนุมัติในวันที่ 31 ต.ค. 2561 ต่อไป จากการพิจารณาข้อเท็จจริงและพฤติกรรมของคณะกรรมการบริษัทฯและผู้บริหารช่วงเวลาดังกล่าวข้างต้นมีความน่าสงสัย และไม่เป็นไปตามหลักความไว้วางใจ (Fiduciary Duties) และหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) รวมถึงไม่เป็นไปตามมาตรา 89/7 แห่งพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม)

 

รวมถึงการให้คํารับรองข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสําคัญผิดในฐานะทางการเงินของบริษัทสําหรับงบการเงินประจําปี 2558 และ 2559 ตามมาตรา 240 และ 312 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ซึ่งอาจทําให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท ผู้ถือหุ้น หรือผู้ลงทุนและเกิดผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจโดยรวม บริษัทจึงได้ส่งผลการตรวจสอบรวมทั้งเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องไปยังหน่วยงานกํากับดูแล เพื่อดําเนินการกล่าวโทษกรรมการและผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง และได้ว่าจ้างที่ปรึกษากฎหมายอิสระเพื่อดูแลรับผิดชอบในเรื่องการใช้สิทธิทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

ในการนี้บริษัทขอยืนยันว่ากรรมการและผู้บริหารชุดปัจจุบันของบริษัท  (ซึ่งเริ่มเข้ารับตําแหน่งในช่วงก.ย.2560-ม.ค.2561ที่ผ่านมา)  ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ  ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต ภายใต้กรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการและผู้บริหารชุดปัจจุบันได้ดําเนินการแก้ไขการกระทําผิดของผู้บริหารในขณะนั้นเพื่อให้เกิดความถูกต้องตามกฎหมาย และมีความตั้งใจที่จะกํากับดูแลการนําส่งงบการเงินและรายงานเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและผลการดําเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมาย

 

 

 



เรียบเรียงโดย

ธิดารัตน์ พูลศิริ


Suggess News

Recommend News