"ศศิน"ห่วงก๊วน"ปลัดออฟโรด"หลุดข้อหาล่าหมีขอ ชี้หลักฐานคดีต่าง"เปรมชัย"

Publish 2018-10-08 17:47:16


สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ได้เข้าตรวจสอบ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพูล) หลังทางอุทยานฯ ได้รับแจ้งจากสายข่าวเมื่อคืนที่ผ่านมาว่ามีคนลักลอบเข้าไปในเขตอุทยาน เป็นกลุ่มออฟโรดจำนวน 6 คัน จึงวางแผนเข้าไปตรวจสอบนั้น 



โดยในเพจเฟซบุ๊กทีมพญาเสือ ซึ่งเป็นเพจของศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ศปก.พป.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยติดแฮชแท็กว่า ส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ด่วน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค เข้าตรวจสอบ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ทย.6 (เขาพูล) พบกลุ่มรถออฟโรดจำนวน 6 คัน ตรวจสอบโดยละเอียด คันที่ 5 พบ 1.อาวุธปืนไรเฟิล ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง 2.อาวุธปืนพก จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 3.ซากสัตว์ป่า (หมีขอ) กลุ่มออฟโรดดังกล่าวนำทีมโดยปลัดอำเภอ. และ อส. แห่งหนึ่ง จนท.ไทรโยค นำตัวกลุ่มออฟโรดดังกล่าวไปทำบันทึกจับกุมที่ที่ทำการ อช.ไทรโยค

 

 

จากการตรวจสอบพบกลุ่มรถออฟโรดจำนวน 6 คัน ตรวจสอบโดยละเอียด คันที่ 5 พบ 1.อาวุธปืนไรเฟิล ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง 2.อาวุธปืนพก จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 3.ซากสัตว์ป่า โดย กลุ่มออฟโรด ดังกล่าวนำทีมโดยปลัดอำเภอแห่งหนึ่ง และ อส.ในทีม ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ต่อมาในเพจเฟซบุ๊ก ทีมพญาเสือ ได้โพสต์รายงานความคืบหน้า หลังมีการจับกุมแก๊งปลัดอำเภอ พร้อมด้วยซากหมีขอ ระบุว่า "เบื้องต้น คณะ ปลัด มากัน 5คัน 12คน ปฏิเสธ" นอกจากนี้ยังมีภาพขอวงอาวุธปืนและมีดต่างๆ ที่นำเข้าไปล่าสัตว์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว 

 

 


โดยทางด้านนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้เปิดเเผยถึงประเด็นดังกล่าว บอกว่า เบื้องต้นได้รับรายงานข้อมูลกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคเข้าตรวจสอบกลุ่มรถออฟโรด ที่นำโดย ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน อำเภอเมืองกาญจนบุรี รวม 12 คน และพบอาวุธปืนไรเฟิลติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียงพร้อมเครื่องกระสุนและซากหมีขอแล้ว แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด และถ้าหากเรื่องดังกล่าว พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจริง จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนการกระทำผิดวินัยร้ายแรง หากพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดจริง โทษสูงสุดคือไล่ออกจากราชการ และเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาแล้ว จำนวน 7 ข้อหา 

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ฟันไม่เลี้ยง! ผู้ว่าฯกาญจน์ลั่นสอบผิดโทษไล่ออก "ปลัดออฟโรด" เจอแล้ว 7 ข้อหา



และหนึ่งในผู้ที่ถูกจับกุม คือ นายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี หรือ ปลัดแมน โดยเบื้องต้นนายวัชรชัย ไม่ยิมยอมให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ แตะต้องตัว และขู่จะฟ้องกลับ นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ในฐานะรักษาการ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ เจ้าหน้าที่จึงประสานทหารร้อย รส.มทบ.17 พร้อมพนักงานสอบสวนสภ.ไทรโยค เข้าตรวจค้น นายวัชรชัย กล่าวว่า เข้าไปทำบุญที่สำนักสงฆ์เต่าดำ โดยได้ไปบริจาคสิ่งของและได้นอนพักค้างคืนอยู่ภายในสำนักสงฆ์เต่าดำ

 

โดยคณะทั้งหมดไปถึงสำนักสงฆ์ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา ยืนยันทุกคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องของการล่าสัตว์ป่า สำหรับซากสัตว์ป่าที่ถูกจับ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทราบแต่เพียงว่า “อส.ออย” ไปขอแบ่งซื้อมาจากพรรคพวกที่เป็นชาวบ้านเพียงเท่านั้น

 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : คดีพลิกมั๊ย!"ปลัดออฟโรด"อ้างเข้าป่าทำบุญ "อส.ออย"โบ้ยซากหมีขอซื้อจากชาวบ้าน

 

ล่าสุดนายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยโพสต์เเสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงขั้นตอนการดำเนินคดีในเรื่องการล่าหมีขอระบุว่า

 

 

 

 

 

"ฟังจากท่านปลัดอำเภอแล้วต้องใช้วิจารณญาณกันเอง เลือกเชื่อส่วนไหน ไม่เชื่อส่วนไหน ผิดถูกต้องรอศาลตัดสิน อีก 4-5 ปี ถ้าให้การปฎิเสธ กระบวนการยุติธรรมก็เป็นแบบนี้ ปลัดท่านนี้อาจจะหลุดไปเลย หากสำนวนคดีในชั้นสอบสวน(ตำรวจ) ระบุว่าไม่เกี่ยวข้องตามที่ให้การ แล้วอัยการเห็นควรไม่ฟ้อง นี่เป็นขั้นที่ 1 อันนี้รู้ผลเร็ว หลุดเลย

 

ขั้นที่สอง ไปหลุดในชั้นศาลเนื่องจากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไม่ถึง ซึ่งทั้งหมดจะต้องใช้เวลาตามกระบวนการยุติธรรม อันนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน

 


คดีนี้น่าจะต่างกับคดีเปรมชัยพอสมควร ตรงยังไม่มีหลักฐานในพื้นที่ที่ไปล่า อันนี้มาตรวจค้นเจอในรถ ขณะออกมาแล้ว และเป็นรถคนละคัน ก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐานข้อเท็จจริงต่อไป"

 


นอกจากนี้ยังแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า "ขบวนเข้าป่าเต่าดำแบบนี้ ยากครับจะอนุญาตง่ายๆ ทางมันสลับซับซ้อนเป็นทางเหมืองเก่านักเที่ยวป่าเมืองกาญรู้กัน"

 


เส้นทางที่ออฟโรดปลัดเข้าไป ไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยว ที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคเปิดให้เข้าเป็นปกติ เป็นเส้นทางเหมืองแร่ ขนแร่ที่ปิดไปแล้ว ใกล้ๆ เหมืองแร่เก่ามีวัดป่า พระปฎิบัติธรรมอยู่วัดหนึ่ง เท่าที่ทราบวัดนี้สายกรรมฐาน ศึกษาธรรมเข้มข้น ไม่มีเรื่องวัตถุอะไร ไม่รู้ว่ากลุ่มนี้จะเข้าไปทำบุญแบบไหน ไม่ใช่วัดทั่วไปที่ชอบโยมเข้าไปถวายของ สร้างวัตถุ เท่าที่ทราบ จากป่าถึงวัดไม่มีชุมชนอยู่ เท่าที่ทราบก็เท่านี้ ยังไม่รู้ข้อมูลลึกๆ อะไรนะครับ

 

 


ซึ่งทำให้ชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ไม่น่าน้อยใจกับกฎหมายและการจัดการคนทำผิด ถ้าแบบนี้หลุดคดี แล้วคนชั่วก็ลอยนวล พร้อมทั้งยังประณามคนที่ล่าสัตว์ด้วยว่าไม่มีความเป็นคนเอาซะเลย ชีวิตใครใครก็รัก และอยากให้สังคมตาสว่างเรื่องความเชื่อผิดๆ ว่าหากกินอวัยวะบางอย่างของสัตว์แล้ว จะช่วยเรื่องสมรรถภาพทางเพศ 

 

 

 

 

 

 

 

นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : ศศิน เฉลิมลาภ 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล