พ่อน้องพิงค์ เผยลางสังหรณ์ ก่อนลูกสาวถูกไฟคลอกเสียชีวิต!

Publish 2018-09-25 16:10:47



จากกรณีที่ เมื่อเวลา 09.00น. ของวันนี้ 24กันยายน 2561 เกิดไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยพหลโยธิน 24 คลอก นศ.หอการค้า เสียชีวิต 1 ราย โดย ร้อยเวรสอบสวน สน.พหลโยธิน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยพหลโยธิน 24 แยก 2  เป็นบ้านเช่า ลักษณะ กึ่งไม้กึ่งปูน 2 ชั้น ปลูกติดกัน 7 คูหา  เพลิงได้ลุกไหม้จากบ้านต้นเพลิง ไปยังบ้านใกล้เคียงเสียหายรวม 4 หลังคาเรือน

 

 



ภายหลังเพลิงสงบเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1  ราย ทราบชื่อคือ น้องพิงค์ นักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ถูกไฟคลอกเสียชีวิตในกองเพลิง จากการสอบถาม ป้าของผู้เสียชีวิตระบุว่า บ้านหลังดังกล่าวอยู่ด้วยกัน 4 คน จะมี พ่อ แม่ ของน้องพิงค์ ที่เสียชีวิต อยู่ด้วยกัน

 

 

โดยเช่าย้ายหลังดังกล่าวมาประมาณ 20 ปีแล้วเพราะเดินทางเข้าออกสะดวก โดยเมื่อช่วงเช้า น้องพิงค์ นอนอยู่บ้านคนเดียว เพราะมีเรียนช่วงบ่าย ส่วนแม่ ออกไปขายของที่ตลาด และได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้ แถวที่พักอาศัย จึงรีบกลับมาดู ก็พบว่า เพลิงได้ลุกไหม้ บ้านเสียหายทั้งหลัง และหลานสาวก็มาเสียชีวิต ขณะที่มารดาของผู้เสียชีวิต ยังคงอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ และยังทำใจกับเหตุการณ์สูญเสียครั้งนี้ไม่ได้

 

 

ซึ่งทาง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้ามาตรวจสอบในที่เกิดเหตุแล้ว ระหว่างนั้นพบว่า แสงเพลิงได้ปะทุขึ้นมาอีกบริเวณหลังคาชั้น 2  จากตัวบ้านที่อยู่ติดกับบ้านต้นเพลิง เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันนำถังดับเพลิงเข้าไปดับไฟ ป้องกันการลุกลาม  อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานเขตจตุจักร   ได้แจ้งกับผู้เสียหาย ให้ไปแจ้งความ ที่ สน.พหลโยธิน เพื่อนำใบแจ้งความ ไปขอทำบัตรประชนใหม่ และขอรับสิทธิ์ การช่วยเหลือต่อไป    เบื้องต้น จากการสอบสวน ทราบว่า บ้านหลังดังกล่าว มีผู้พักอาศัยอยู่รวมกัน 3 คน ขณะเกิดเหตุ แม่ และป้า ของ"นางสาวพนิดา โชคอวยพรชัย" หรือ "น้องพิงค์" ผู้เสียชีวิต ออกไปขายของ ส่วน น้องพิงค์ ซึ่งมีเรียนช่วงบ่าย ยังนอนอยู่ภายในบ้าน กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

 

 

ด้าน  พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงหอมหวน ผกก.สน.พหลโยธินกล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนป้าของผู้เสียชีวิตทราบว่า บ้านหลังนี้อยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 คน มีป้า แม่ และผู้ตาย ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก่อนที่ป้าและแม่จะออกไปทำงาน ป้าของผู้ตายได้จุดธูปไหว้พระทิ้งไว้ และจะต้องกลับเข้ามาปลุกผู้ตายที่นอนอยู่ที่ชั้น 2 ไปเรียนในเวลา 10.00 น. แต่ก็มาเกิดเหตุเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อสรุปสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง

 

 

ด้านนางโสพรรณ พงษ์ไพฑูรย์  ผู้ดูแลบ้านเช่า กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังทำงานบ้าน ก็ได้ยินเสียงคนร้องโวยวายว่าไฟไหม้ จึงได้วิ่งออกมาดู ก็พบว่ามีแสงเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมากที่ชั้นล่างของบ้าน จึงได้เรียกให้สามีนำถังดับเพลิงมาช่วยฉีดแต่ไม่เป็นผล ตนและสามีจึงได้ตะโกนเรียกและตรวจสอบดูว่ามีใครติดอยู่ในบ้านหรือไม่ ก็พบว่าประตูถูกล็อกจากด้านใน และได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วยและเคาะผนังห้อง

 

 

ซึ่ง น้องพิ้งค์ ได้พยายามตะโกนร้องขอความช่วยเหลือว่า "ช่วยด้วย ช่วยด้วย" แต่ก็ไม่สามารถให้การช่วยเหลือได้เพราะประตูถูกล็อคจากด้านใน จากนั้น สามีจึงตะโกนบอกให้ น.ส.พนิดากระโดดลงมา เนื่องจากความสูงแค่ 2 เมตร แต่คาดว่าผู้เสียชีวิตไม่กล้ากระโดดลงมา ก่อนเสียชีวิตดังกล่าว

 

 

 

ด้าน อัมรินทร์ได้ไปสัมภาษณ์ นภา โชคอวยพรชัย อายุ 60 ปีแม่ของน.ส.พนิดา ผู้เสียชีวิต อยู่ในอาการโศกเศร้าอย่างหนัก ไม่พร้อมให้ให้สัมภาษณ์ ระบุเพียงว่า ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุ น้องพิ้งเป็นลูกสาวคนเดียว ซึ่งทางญาติให้ข้อมูลต่อว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คุณแม่เพิ่งจะพาน้องพิ้งไปทำบุญครบรอบวันเกิดอายุครบ 20 ปี โดยแม่พาไปทำบุญปล่อยปลาที่แม่น้ำเจ้าพระยา

 

 



ด้าน น.ส.นวพร พิพัฒน์ธราทรชัย อายุ 71 ปี ป้าของผู้เสียชีวิต ที่ยังคงนั่งอยู่บริเวณตรงข้ามบ้าน เปิดเผยว่า ปกติบ้านหลังดังกล่าว ตนอาศัยอยู่กับน้องพิ้ง และแม่น้องพิ้ง โดยพ่อของน้องพิ้งจะกลับมาเยี่ยมนาน ๆ ครั้ง วันนี้เวลาประมาณ 08.20 น. ตนออกจากบ้านไปกินข้าวแถวตลาดบางเขน ซึ่งในตอนนั้นน้องพิ้งนอนหลับอยู่ และแม่ของน้องพิ้งก็ยังอยู่ในบ้าน จนเวลาประมาณ 09.00 น. มีคนโทรศัพท์มาบอกตนว่า เกิดไฟไหม้ละแวกบ้าน ตนจึงรีบกลับมาดู พบว่าเป็นบ้านของตัวเอง ซึ่งในตอนนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาแล้ว และไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน โดยตนก็ไม่มั่นใจว่าน้องพิ้งออกมาจากบ้านได้หรือไม่ พ่อของน้องพิ้งจึงตัดสินใจฝ่าแนวกั้น ปีนเข้าไปดูที่ชั้น 2 พบน้องพิ้งเสียชีวิตแล้ว โดยนั่งงอเข่าอยู่บนเตียงติดหน้าต่างหน้าบ้าน คาดว่าเจ้าตัวน่าจะเตรียมตัวกระโดดลงมาแต่ไม่ทัน โดยตอนนี้ ยังไม่รู้สาเหตุของเพลิงไหม้

 

 

ยืนยันว่า ตนไม่ได้จุดธูป เพราะน้องพิ้งเป็นโรคภูมิแพ้ เวลาน้องพิ้งอยู่บ้าน ตนจะไม่จุด ต้องรอให้น้องออกจากบ้านก่อน และจะจุดนาน ๆ ครั้ง ในวันพระ ซึ่งปกติวันนี้ก็ต้องจุดเพราะเป็นวันพระใหญ่ แต่เห็นว่าน้องพิ้งยังนอนอยู่ จึงไม่ได้จุด ซึ่งทันทีที่รู้ว่าหลานสาวเสียชีวิต ตนก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก โดยก่อนหน้านี้ก็ไม่มีวี่แววใด ๆ เพราะตนยังพูดคุยกับหลานในคืนก่อนเกิดเหตุ ส่วนแม่ของน้องพิ้ง ตอนนี้ไม่มีสติ และพูดพร่ำเพ้อแต่ว่าไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไมเมื่อไม่มีลูกแล้ว ทั้งนี้ คืนนี้ตนจะนั่งสวดมนต์ให้น้องพิ้งที่หน้าบ้าน เพื่อให้น้องพิ้งจากไปอย่างสงบ

 

 

ขณะที่ ป้านก ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า คนขับแท็กซี่ขับรถมาแล้วเห็นกลุ่มควัน แล้วลดกระจกถามตนว่า มีอะไรไหม้หรือเปล่า ตอนนั้นก็ยังไม่ได้เอะใจ คนขับแท็กซี่ก็มาถามอีกครั้งว่ามีอะไรไหม้หรือเปล่า จากนั้นก็ได้ยินเสียงระเบิดดัง และไฟเกิดไหม้ขึ้น จึงได้รีบให้ลูกชายใช้เหล็กทุบประตูจนกระจกแตก แต่เนื่องจากประตูถูกล็อกจากด้านใน จึงได้ยินเพียงคนร้องให้ช่วย แล้วก็ได้ยินเสียงสำลักควันก่อนจะเงียบไป

ต่อมา ได้โทรแจ้งตำรวจ โดยคาดว่าสาเหตุต้นเพลิงไม่น่าจะเป็นการจุดธูปไหว้พระ เนื่องจากธูปอยู่บริเวณรั้วนอกบ้าน แต่เป็นเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะก่อนหน้านี้พ่อของผู้ตายได้บอกว่า พัดลมเสียแต่ก็ยังฝืนใช้ คาดว่าอาจจะมาจากสาเหตุพัดลมชำรุดแล้วเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้น

 

 

ขณะที่ไปดูในเฟซบุ๊กของนักศึกษาที่เสียชีวิตก็พบว่าส่วนตัวแล้วเป็นคนรักแมวในเฟซก็จะมีการแชร์ถึงเรื่องราวของแมวเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก่อนเสียชีวิตเธอก็ได้แชร์พร้อมเขียนแคปชั่นเป็นอิโมจิ ซึ่งก็มีเพื่อนในเฟซมาแสดงความเห็น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ล่าสุด นายเวียงเงิน แก้ววงไพร 47 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา ครอบครัวไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณน้องพิ้งจากบ้านพัก ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าลูกสาวยังอยู่ใกล้ๆไม่ไปไหน น้องพิ้งมีลักษณะนิสัยเป็นคนร่าเริง ไม่เคยทำอะไรให้ครอบครัวหนักใจ หรือทำให้เป็นห่วง

 

 

 

 

ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน เพิ่งจะพาน้องพิ้งไปดูสถานที่รับน้องย่านห้วยขวาง ก็มีรถเข้าไปชนร้านค้าตรงจุดรับน้องพอดี ตอนนั้นรู้สึกไม่ดีแต่ไม่ได้ทักอะไรออกไป กระทั่งวันเกิดเหตุภรรยาโทรศัพท์บอกว่าไฟไหม้บ้าน จึงรีบเดินทางไป และขึ้นไปชั้น 2 จึงพบว่าลูกสาวเสียชีวิต 

 



เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย