"พายุจ่ามี"ลูกที่ 28...ฝนตกหนัก 17 จังหวัด!

Publish 2018-09-22 18:50:10



อุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ประกอบกับมีลมตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง

ภาคเหนือมีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย และตากอุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีอุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

 



ภาคกลางมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรีอุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดอุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร


ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาสอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร


ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูลอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียสลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

 

 



ด้าน นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ เปิดเผยว่าระหว่างวันที่ 22 - 27 ก.ย. 61 เป็นช่วงที่ฝนน้อยลง เกือบทุกภาค มีบ้างบางพื้นที่แต่ไม่มากนัก เนื่องจากระยะนี้ลมมรสุมที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อน ทั้งนี้จะมีมวลอากาศเย็นปกคลุม และอาจจะแผ่ลงมาอีกกระลอกช่วงวันที่ 28 - 29 ก.ย. 61 ซึ่งจะมีฝนและฝนฟ้าคะนองในระยะแรก ๆ แต่ปริมาณฝนที่จะตกลงมาเติมน้ำในเขื่อนหรือลุ่มน้ำต่าง ๆ นั้นไม่มีผลมากนักขณะที่การติดตามสถานการณ์พายุในมหาสมุทรแปซิฟิกลูกที่ 28 ชื่อว่า "จ่ามี" (Trami) ล่าสุดได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนแล้ว กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกค่อนไปทางเหนือ คาดว่าไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษมีน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ จำนวน 7 แห่งปัจจุบันยังเร่งพร่องน้ำเพื่อให้กลับสู่ระดับควบคุมปกติอย่างต่อเนื่อง เช่น เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ปริมาณน้ำ 526 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 101% ปริมาณน้ำไหลเข้า 2.61 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 4.33 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ปริมาณน้ำ 684 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 96% ปริมาณน้ำไหลเข้า 5.64 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 8.67 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนกิ่วคอหมา จ.ลำปาง ปริมาณน้ำ 159 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 93% ปริมาณน้ำไหลเข้า 2.33 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 1.92 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี ปริมาณน้ำ 270 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 92% ปริมาณน้ำไหลเข้า 2.96 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 6.52 ล้าน ลบ.ม.

เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ปริมาณน้ำ 202 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 90% ปริมาณน้ำไหลเข้า 2.65 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 1.34 ล้าน ลบ.ม. น้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นสูง 2.78 ม. เขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำ 263 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 84% ปริมาณน้ำไหลเข้า 1.99 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 0.32 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทราปริมาณน้ำ 347 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 83% ปริมาณน้ำไหลเข้า 2.12 ล้าน ลบ.ม. ไม่มีปริมาณน้ำไหลออก

ขณะที่สถานการณ์น้ำในแม่น้ำต่าง ๆ ที่มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง ได้แก่ แม่น้ำป่าสัก อ.หล่มสัก อ.เมืองเพชรบูรณ์ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ แนวโน้มเพิ่มขึ้น แม่น้ำสงคราม จ.สกลนคร แนวโน้มลดลง ห้วยหลวง จ.อุดรธานี แนวโน้มลดลง แม่น้ำนครนายก บริเวณ อ.องครักษ์ จ.นครนายก แนวโน้มทรงตัว แม่น้ำบางปะกง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา แนวโน้มทรงตัวและคลองพระปรง อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว แนวโน้มลดลง ทั้งนี้ ให้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำภาคตะวันออกเนื่องจากปริมาณฝนที่ตกสะสมที่ผ่านมา และยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนภาคกลางและภาคใต้ไม่มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง

 



เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย