เหตุการณ์ในอดีตดาวหางฮัลเลย์ปี พ.ศ.2529 จะกลับมาอีกครั้งปี พ.ศ. 2604

Publish 2018-09-05 13:51:55



เอดมันด์ แฮลลีย์ เป็นคนแรกที่พบว่าดาวหางฮัลเลย์โคจรกลับมาให้เห็นบนท้องฟ้าทุก ๆ 75-76 ปี หลังจากที่เขาคำนวณวงโคจรของดาวหาง 24 ดวงที่มาปรากฏระหว่างปี พ.ศ. 1880-2241 และพบว่าในจำนวนนี้มีดาวหางกลุ่มหนึ่งมีวงโคจรใกล้เคียงกันมาก และพยากรณ์ว่าดาวหางดวงนี้จะกลับมาในปี พ.ศ. 2301 แต่หลังจากนั้นแฮลลีย์ได้เสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2285 ก่อนที่ดาวหางดวงนี้จะกลับมาตามที่เขาคาดการณ์ไว้ ซึ่งนับเป็นดาวหางดวงแรกที่เราพบว่าดาวหางก็โคจรรอบดวงอาทิตย์อย่างเป็นคาบเช่นเดียวกับดาวเคราะห์ โคจรเข้ามายังระบบสุริยะชั้นในครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2529 และจะกลับมาอีกครั้งในราวกลางปี พ.ศ. 2604

 



เมื่อนักดาราศาสตร์ทราบวงโคจรที่แม่นยำขึ้นและตรวจสอบจากบันทึกเก่า ๆ ในอดีตจึงพบว่าชาวจีนได้บันทึกการปรากฏของดาวหางฮัลเลย์ไว้เมื่อปี 240 ก่อนคริสต์ศักราช นับว่าชาวโลกได้ยลโฉมดาวหางฮัลเลย์มานานกว่า 2 สหัสวรรษแล้ว และในปี ค.ศ. 837 ก็ได้ชื่อว่าเป็นปีที่ดาวหางฮัลเลย์ผ่านใกล้โลกมากที่สุดด้วยระยะห่างเพียง 5.1 ล้านกิโลเมตร (ประมาณ 13 เท่าของระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์) ในปีนั้นดาวหางฮัลเลย์สว่างไสวและมีหางทอดยาวออกไปถึง 60 องศา ซึ่งพบบันทึกเรื่องราวการมองเห็นดาวหางฮัลเลย์ทั้งในบันทึกของชาวจีน ญี่ปุ่น เยอรมัน และอาหรับ

 

 

 



แม้วงโคจรของดาวหางฮัลเลย์ไม่ได้ตัดกับวงโคจรของโลกโดยตรง (ปัจจุบันอยู่ห่างประมาณ 0.15 หน่วยดาราศาสตร์ หรือ 22 ล้านกิโลเมตร) แต่การที่เราสามารถมองเห็นดาวตกซึ่งเป็นอนุภาคที่มีต้นกำเนิดจากดาวหางฮัลเลย์ได้ แสดงว่าธารสะเก็ดดาวที่เกิดจากดาวหางดวงนี้ได้ถูกแรงโน้มถ่วงรบกวนจากดาวเคราะห์จนทำให้มีเส้นทางตัดผ่านวงโคจรของโลก นอกจากฝนดาวตกนายพรานแล้ว ธารสะเก็ดดาวของดาวหางฮัลเลย์ยังมีวงโคจรผ่านใกล้โลกทำให้เกิดฝนดาวตก

 

 

 

ข้อมูลจาก thaigoodview.com, wikipedia.org

 



เรียบเรียงโดย

บุญชัย ธนะไพรินทร์