อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมเสวนาในหัวข้อเรื่อง “ท้องถิ่นสร้างชาติ พัฒนางานธรรมาภิบาล ต่อต้านการทุจริต”

อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมเสวนาในหัวข้อเรื่อง “ท้องถิ่นสร้างชาติ พัฒนางานธรรมาภิบาล ต่อต้านการทุจริต”

Publish 2018-08-29 16:42:28


เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2561 เวลา 13.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมเสวนาในหัวข้อเรื่อง “ท้องถิ่นสร้างชาติ พัฒนางานธรรมาภิบาล ต่อต้านการทุจริต” ในงานสัมมนา “ผู้ตรวจการแผ่นดินพบท้องถิ่นไทย : สานเสวนาสร้างชาติโปร่งใส สุจริตและเป็นธรรม” ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจัดขึ้น โดยมีนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายประหยัด พวงจำปา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และนายกมลธรรม วาสบุญมา ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมการเสวนา และมีนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกให้การต้อนรับ ซึ่งการสัมมนาดังกล่าวมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี ท้องถิ่นจังหวัด ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม และภาคประชาสังคมในจังหวัดพิษณุโลกกว่า 350 คน เข้าร่วมสัมมนา ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก

อธิบดีกล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีบทบาทในการสนับสนุนส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการไปสู่เป้าหมายหลักนั่นคือการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการปฏิบัติราชการ และการสั่งการให้ส่วนราชการและข้าราชการปฏิบัติให้ชัดเจนเป็นแนวทางเดียวกัน ไม่ก่อให้เกิดการใช้ดุลยพินิจในการเลือกปฏิบัติของแต่ละส่วนราชการ และสามารถวัดผลการปฏิบัติงานได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน จึงเป็นที่มาของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี หรือธรรมาภิบาล ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ต้องถือปฏิบัติในการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน  เพื่อให้เกิดความโปร่งใส อันเป็นการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งจะช่วยสร้างแรงจูงใจ  จิตสำนึกและค่านิยม  ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ในการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับได้เรียนรู้และปฏิบัติงานตามหน้าที่โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ส่งผลให้เกิดประโยชน์สุขกับประชาชนและประเทศชาติในภาพรวม

อธิบดีกล่าวต่อว่า กรมฯ มุ่งมั่นที่จะนำหน่วยงานให้บริหารงาน และปฏิบัติงานตามหลักธรรมาภิบาล แก้ไขปัญหาท้องถิ่น เพื่อมุ่งสู่ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน มีการดำเนินการจัดซื้อ จัดจ้าง ให้เกิดความถูกต้องในทุกขั้นตอน เปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการปฏิบัติงาน โดยเปิดเผยข้อมูลข่าวสารในการดำเนินกิจกรรมทุกรูปแบบ พร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยตอบสนองความต้องการของประชาชนด้วยการบริการที่รวดเร็ว ถูกต้อง เสมอภาค โปร่งใส เป็นธรรม ปลูกฝังค่านิยม และทัศนคติ ให้บุคลากรในสังกัดมีความรู้ ความเข้าใจ ยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการปฏิบัติงาน และการดำเนินชีวิต เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานในทุกขั้นตอนให้เกิดความโปร่งใส องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น พร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง

วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสอันดี ที่หลายภาคส่วนได้มาพบปะและพูดคุยกันกับหน่วยงานที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงาน ซึ่งจะทำให้ได้ข้อเตือนใจด้านต่างๆ ในการทำงาน เพราะบางทีการกระทำผิด อาจจะเกิดจากความผิดที่ไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้น ขอให้ทุกท่านได้ศึกษาระเบียบกฎหมายให้ถี่ถ้วน และดูให้ดีว่าอำนาจหน้าที่ที่เรามีนั้น ขอบเขตอยู่ขนาดไหน มีความพอเหมาะกับสิ่งที่เป็นอยู่หรือไม่ ต้องคิดอยู่เสมอว่าจะทำอะไรต้องทำแบบมีส่วนร่วม มีการบูรณาการร่วมกัน และที่สำคัญ คือการปลูกฝังการเป็นคนดี มีคุณธรรม มีส่วนร่วมในการดูแลท้องถิ่นของตนเอง ก็ขอให้มั่นใจว่า สิ่งที่ท้องถิ่นเกิดปัญหาอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะด้านความคล่องตัวในการทำงานนั้น กรมฯ รับรู้และรับทราบมาโดยตลอด ซึ่งจะดำเนินการหาทางแก้ไข เพื่อให้เกิดความคล่องตัวยิ่งขึ้นต่อไปอย่างแน่นอน อธิบดีกล่าวในตอนท้าย

ทางด้านเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวด้วยว่า การเสริมสร้างความเป็นธรรมและธรรมาภิบาลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ในสังคม โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนกระบวนการเสริมสร้างธรรมาภิบาล และเฝ้าระวังไม่ให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงได้จัดสัมมนาขึ้นในวันนี้ และการเสวนาก็จะเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่จะต้องมีการดำเนินงานที่สอดคล้องกัน และร่วมมือกันพัฒนาการดำเนินงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ซึ่งจะนำไปสู่การต่อต้านการทุจริตได้ในอนาคตนั่นเอง


ติดตามข่าวอื่นๆ