เรื่องเล่าเมื่อครั้งก่อน สมเด็จพระราชินีในร.9 ทรงตรัสเรียกในหลวงร.10  องครักษ์ประจำตัวฉัน

เรื่องเล่าเมื่อครั้งก่อน สมเด็จพระราชินีในร.9 ทรงตรัสเรียกในหลวงร.10 องครักษ์ประจำตัวฉัน

Publish 2018-08-12 11:33:38


 

        นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวประทับใจของเหล่าปวงชนชาวไทยกับเหตุการณ์เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพระราชกรณียกิจ
กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่9 ในพื้นที่ จ.นราธิวาส จากคำบอกเล่าจากข้าราชการที่ตามเสร็จไปครั้งนั้น 

      โดยนำมาเล่าเป็นการสนทนาระหว่าง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่9 กับ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร อย่างแม่ถามลูก ว่า

      "ตามเสด็จฯมีสนุกบ้างไหม?ถ้า มีความสุขล่ะก็ ตอบเลย ว่าทุกเวลานาที  แต่ถ้าสนุก ซึ่งมักเป็นประสบการณ์ที่จดจำไม่มีวันลืม ก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน เช่น บ่ายวันหนึ่งมีขบวนสมเด็จพระนางเจ้าฯ ตามหมายว่าเสด็จฯพระองค์เดียว  โดยผู้ติดตามขบวนได้บอกเล่าแล้วว่า  เปียก  เพราะ  จะเสด็จตรวจป่า (มีพระราชประสงค์ไปทอดพระเนตรพันธุ์ไม้แปลกๆ ในป่าพรุ  เช่น หมากแดง  หมากช้างร้อง  หลาวชะโอน เฉพาะอย่างยิ่งย่านลิเพา) เปียกก็คือเปียก  เปียกอยู่บ่อยๆจนเป็นเรื่องปกติของเมือง   ฝนแปด  แดดสี่   อย่างนราธิวาส แต่เปียกวันนั้น ไม่เหมือนวันอื่น และเสด็จตรวจป่า ก็ไม่ใช่ป่าเขาตันหยง หลังพระตำหนัก แต่เป็น ป่าพรุที่จนถึงวันนี้ก็ไม่แน่ใจว่าพรุไหน? แต่เส้นทาง มีแต่การลุยน้ำตั้งแต่ระดับเข่า  ไปจนถึงระดับคอ  ขบวนรถ  แล่นไปถึงขอบพรุก็ลงเดิน ย่ำน้ำ  เสียงคุยกันแต่แรกก็ชักจะเงียบ เพราะป่าพรุนั้น  เดินเข้าไปก้าวเดียวแสงก็มืดแล้ว



 

        เสียงตบยุง เสียงตีแมลง ดังขึ้นเป็นระยะๆเช่นเดียวกับความลึกของน้ำ ที่มีน้ำใสก็แต่ผิวๆต่ำลงไปศอกเดียวก็เป็นโคลนเหนียวหนึบที่เกิดจากการทับถมของใบไม้นับร้อยนับพันปี...เสื้อผ้าเริ่มเปียก เสียงหัวเราะมีเป็นครั้งคราว   เพราะหลายคน เริ่มสูญเสียรองเท้าไปกับเลน ที่ชักขึ้นมาได้แต่เท้าเปล่าไปได้สักพัก ก็เปียกปอนกันถ้วนทั่วทุกคน  ผู้ที่วางแผนดีก็อาจจะเปียกน้อยหน่อย เพราะไต่เอาตามต้นไม้ล้มที่มีเป็นระยะๆ ... แต่ก็ไม่ค่อยรอดหรอก  เพราะบางทีก็เห็นลื่นลงน้ำไปทั้งตัวเจ้านายก็เปียกเท่าข้าราชบริพารนั่นแหละ  แต่สมเด็จพระนางเจ้าฯรับสั่งอย่างภาคภูมิใจว่าพระองค์ท่าน เปียกน้อยกว่าคนอื่นเพราะ "องครักษ์ประจำตัวฉัน  ไม่ยอมให้ฉันเปียกเลย ตรงไหนน้ำลึกๆก็ยกฉันจนตัวลอยพ้นน้ำเลย"  (องครักษ์ประจำพระองค์ ทรงหมายถึง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ 
 บดินทรเทพยวรางกูร ที่โดยเสด็จพระราชดำเนินในวันนั้น)"


 



        ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่๙  ยังทรงมีพระอุปนิสัยรักการอ่าน ซึ่งเป็นอุปนิสัยที่ได้ถ่ายทอดมายังพระราชโอรสพระราชธิดาทุกพระองค์ ดังที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ 
สยามบรมราชกุมารีได้ทรงเล่าไว้ในพระราชนิพนธ์ เรื่อง “สมเด็จแม่กับการศึกษา” ว่า “สมเด็จแม่ทรงอ่านหนังสือมาก มีทุกประเภท ไปไหนก็ต้องไปซื้อมาไว้ และทรงใช้หนังสือนั้นเป็นประโยชน์มากที่สุด
 จนทุกวันนี้ท่านก็ยังอ่านมาก เวลางานยุ่งๆ บางทีเราก็ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ แต่ไม่ทราบว่า ท่านทำอย่างไรของท่านจึงมีเวลา ท่านซื้อหนังสือของท่านเอง ทรงซื้อพระราชทานให้ข้าพเจ้าอ่าน จนโตก็ยังทำ 
ทรงแนะนำทั้งการอ่านในใจและการอ่านดังๆ ซึ่งมีรับสั่งว่า จะช่วยให้ภาษาพูดของเราดีขึ้น ทรงสนับสนุนให้ตั้งห้องสมุด สะสมหนังสือ” นอกจากจะโปรดการอ่านแล้วยังโปรดการเป็นครูด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ 
สยามบรมราชกุมารีได้ทรงเล่าไว้ในพระราชนิพนธ์ดังกล่าวว่า “…สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดการเป็นครูมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยทรงเล่นเป็นครูและนักเรียนกับเด็กที่บ้าน ทรงมีวิธีการสอนที่สนุก
 เด็กๆ ในบ้านจึงชอบเป็นลูกศิษย์ของพระองค์ เมื่อพระราชโอรสและพระราชธิดายังทรงพระเยาว์ ทรงสอนให้พับกระดาษ เขียนรูป และทำการฝีมือต่าง ๆ ก่อนเข้าบรรทมทรงอ่านหนังสือหรือทรงเล่านิทานพระราชทาน 
และทรงซื้อหนังสือพระราชทาน ซึ่งมีทั้งวรรณคดี ภาษาอังกฤษ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม พุทธศาสนา ฯลฯ”


      สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่๙  ทรงเป็นแบบอย่างในการเลี้ยงลูกที่ประชาชนชาวไทยนำมาปรับใช้เพื่อเลี้ยงดูลูกให้เก่งและเป็นคนดีตามที่พระองคได้สอนให้พระราชโอรสพระราชธิดาทุกพระองค์
ของพระองคมีเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทย นำความเจริญ ร่มเย็นเป็นสุข มาสู่ผืนแผ่นดินไทยอย่างทุกวันนี้

 

 

ขอขอบคุณไอจี t_2539

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย