ความจริงมันเป็นจั๋งซี่!! โชเฟอร์เมล์สาย 12 ซัดกลับสาวทอมเริ่มก่อน มีด่าพ่อยกนิ้วกลางใส่ ขสมก.ได้แค่ปรับพักงาน!?

Publish 2018-06-14 16:10:19



 

 

 

 

จากกรณีสมาชิกเฟซบุ๊ก Apinya Nithikhunthananun แชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะเธอและแฟนทอม ถูกโชเฟอร์รถเมล์สาย 12 และกระเป๋ารถเมล์ทำร้ายร่างกาย ทั้งเตะต่อยและทุบตีด้วยหมวกกันน็อคบริเวณริมถนนแห่งหนึ่ง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าทำเกินกว่าเหตุ ซึ่งขณะทางคู่กรณีสาวและแฟนทอมได้แจ้งความไว้แล้ว ที่ สน.พญาไท แต่ยังไม่สามารถจับตัวได้ (คลิกชมคลิปวิดีโอด้านล่าง) (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สาย12 มีเดือด...โชเฟอร์ร่วมกระเป๋ารุมตื้บ "ทอมกับแฟนสาว" กลางถนน คว้าหมวกกันน็อคหวดไม่ยั้งมือ!??)

 

 


คลิปจากกล้องหน้ารถ

 

 

 

ทั้งนี้ ผู้เสียหายทั้งสองคน อ้างว่าถูกรถเมล์สาย 12 คันแรกเบียดรถมอเตอร์ไซค์ตนจนเกือบจะชน เลยมีการตะโกนถามกลับไปแต่ไม่มีการขอโทษแต่อย่างใด พอขับมาเรื่อยๆ ถึงจุดเกิดเหตุ ก็ถูกรถเมล์สาย 12 อีกคันหนึ่งขับจี้ตูด บีบแตรไล่และเร่งเครื่อง จึงหันไปถามว่าจะรีบไปไหน ก็ได้รับคำตอบว่าจะรีบไปตายมั้ง ทำให้ไม่พอใจจึงพูดออกไปว่า ก็รีบไปตายสิ หลังจากนั้นจึงเกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นตามในคลิป

 

 

 



 

 

ล่าสุด เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว นายณรงค์ เงางาม อายุ 42 ปี คนขับรถเมล์คันแรก ได้เปิดเผยถึงกรณีที่ผู้เสียหายทั้งสองบอกถูกรถเมล์เบียด โดย นายณรงค์ เล่าว่า ตอนเกิดเหตุสาวทอมได้ตะโกนโวยวายว่าตนขับรถเบียดทำให้รถมอเตอร์ไซค์เกือบล้ม แต่ตนมั่นใจว่าไม่ได้ขับเบียด เนื่องจากตนมองกระจกด้านขวาแล้ว เห็นว่ารถมอเตอร์ไซค์ที่ขับมาผ่าน ประมาณ 2-3 คัน สามารถผ่านได้ ตนจึงไม่ได้โต้ตอบอะไร จากนั้นสาวทอมก็ตะโกนท้าทายตนให้ลงมาเคลียร์ด้านล่างและชูนิ้วกลางให้ ตนไม่อยากมีเรื่องจึงปล่อยผ่านไป

 

 

 

พอมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนเห็นรถเมล์สาย 12 คันดังกล่าวที่ก่อเหตุในคลิปวิดีโอนั้นจอดติดไฟแดงอยู่ ตนจึงขับมาเทียบทางด้านซ้ายของรถ เห็นสาวทอมคนเดิมที่หาเรื่องตน ตะโกนด่า นายรัตนวิจิตร อาจหาญ คนขับว่า มาขับจี้ท้ายรถและบีบแตรไล่ แต่ นายรัตนวิจิตร ก็พยายามอธิบาย แต่สาวทอม ไม่ยอม ขับรถมาเทียบด้านประตูคนขับ แล้วทุบประตูพร้อมกับตะโกนด่าบุพการี ทำให้ นายรัตนวิจิตร เกิดบันดาลโทสะ ก่อนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น  ส่วนตัวตนมองว่า นายรัตนวิจิตร ทำเกินไป แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งสาวทอมก็ด่ารุนแรงเกินไป 


ขณะที่ นายรัตนวิจิตร ผู้ลงมือก่อเหตุเล่าว่า วันเกิดเหตุ ตนขับรถมาตามปกติ เห็นผู้เสียหายกับแฟนขับรถอยู่กลางถนน ตนเลยบีบแตรเพื่อขอทาง แต่ผู้เสียหายก็ไม่ยอมหลบ ตนจึงขับรถตามมาเรื่อยๆ เมื่อรถติดไฟแดง คู่กรณีก็จะโกนหันมาถามตนว่า รีบไปไหน จะบีบแตร จี้ตูดทำไม ตนจึงตอบกลับไปว่า ไม่ได้จี้ตูด บีบแตรขอทาง ไม่ให้ก็ขับรถตามเฉยๆ จากนั้นฝ่ายคู่กรณีก็ตะโกนด่าทอตน ด้วยความโมโหและอารมณ์ร้อน จึงได้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

 

 

 


ก่อนหน้านั้น  นางวัลลีย์ บุญมัธยะ ผู้แทนบริษัท เทพประทานพร ทรานสปอร์ต จำกัด ได้เข้ารายงานตัวต่อ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.พร้อมให้การว่า รถมินิบัสคันที่เกิดเหตุมี นายรัตนวิจิตร อาจหาญ และนายอลงกรณ์ อาจหาญ เป็นพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร ซึ่งตนยอมรับผิดที่ไม่สามารถควบคุมดูแลให้พนักงานปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของ ขสมก. ทั้งนี้ ขสมก.ลงโทษปรับ บริษัท เทพประทานพร ทรานสปอร์ต จำกัด เป็นเงิน 2,000 บาท และลงโทษพักงานทั้งคู่เป็นเวลา 5 วัน พร้อมกำชับบริษัทเจ้าของสัมปทาน กำกับดูแลพนักงานในสังกัด ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของ ขสมก.อย่างเคร่งครัด.



เรียบเรียงโดย

กำพลาภร พุฒิพุทธ


Recommend News