เปิดหน้ามาก็ล่อนจ้อน!!!“หมวย”มือแชทไลน์คุยคนตาย เปลือยธาตุแท้ดึง“กาชาดสากล”เข้ามา แต่เงิบหน่วย“ICRC”ใช้ในสงคราม-ผู้ลี้ภัย ไม่ใช่ “ธรรมกาย”

Publish 2017-03-04 11:25:09

       ที่บริเวณถนนเลียบคลองแอน2-3 ใกล้เคียงประตู 5-6 วัดพระธรรมกาย คณะแพทย์พยาบาลอาสาวัดพระธรรมกาย ทีมกู้ชีพรัตนเวช ออกมาแถลงการณ์นำโดย หมวย เพื่อนน.ส.พัฒนา เพียงแรง ผู้ป่วยโรคหอบหืดที่เสียชีวิตและอ้างว่าได้แชทไลน์คุยกัน โดยแถลงการณ์ที่หมวย นำคณะแถลงนั้น มีการโจมตีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก ม.44 และให้นำคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ( International Committee of the Red Cross; ICRC ) หรือ กาชาดสากล เข้ามาในวัดพระธรรมกาย ทั้งนี้แถลงการณ์ทั้งหมดระบุดังต่อไปนี้



“ จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่มีผู้เสียชีวิตถึง 2 ศพ ที่เกิดขึ้นจากการใช้กฎหมาย ม.44 ที่ปิดกั้นทางเข้าออกรอบวัดพระธรรมกาย คณะแพทย์พยาบาลอาสาวัดพระธรรมกาย ทีมกู้ชีพรัตนเวชรู้สึกสลดใจเป็นอย่างมาก และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นอีก จึงหามาตรการเพื่อที่จะป้องกันและดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสมและสุดความสามารถเท่าที่สภาพการณ์ ณ ปัจจุบันจะอำนวย

 

คณะแพทย์พยาบาลอาสาวัดพระธรรมกายและทีมคู่ชีพรัตนเวชมีประสบการณ์ดูแลสุขภาพประชาชนจำนวนมากและการส่งต่อที่มีประสิทธิภาพทั้งยังได้รับน้ำใจและความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐอาสาสมัครกู้ชีพเจ้าหน้าที่ 1669 ด้วยดีเสมอมา แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่บังคับใช้ กฏหมาย ม.44 ทำให้ประสิทธิภาพด้านการสื่อสาร การคมนาคมการประสานงานกับหน่วยงานภายนอกลดลง จึงอยากร้องขอ DSI และรัฐบาล โปรดเห็นใจและกรุณาปฏิบัติภารกิจโดยคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน หลักมนุษยธรรมและสิทธิของผู้ป่วย ดังข้อเรียกร้องต่อไปนี้

1.ยกเลิก ม.44 และการปิดกั้นทางเข้าออกทั้งหมดรอบวัดพระธรรมกาย

2.ยกเลิกการตัดสัญญาณโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ต ร่วมถึงการสื่อสารทุกชนิด

3.ขอให้ผ่อนปรนการเข้าออกของเจ้าหน้าที่กู้ชีพรัตนเวช ให้สะดวกมากขึ้น

4. ขอให้มีหน่วยงานพยาบาลที่เป็นกลางทางสากล เช่น กาชาดสากล มาช่วยดูแลประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกั้นการเดินทาง โดยเฉพาะชาวบ้านในตำบลคลองสอง สาม สี่

5. สำหรับการดูแลด้านสุขภาพประชาชนในพื้นที่วัดพระธรรมกายขณะแพทย์และพยาบาลอาสาวัดพระธรรมกายและทีมกู้ชีพรัตนเวชมีความพร้อมทางด้านบุคลากรและเครื่องมือที่สามารถดูแลรักษาเบื้องต้นแก่พระ ภิกษุ สามเณร และสาธุชนได้ทั้งมีความคุ้นเคยทำให้ผู้ป่วยได้รับความสบายใจไว้วางใจต่อบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้เพื่อเป็นการป้องกันมือที่สามที่อาจปลอมปนเข้ามาเพราะความไม่สงบภายในวัด และลดการซ้ำซ้อนของเจ้าหน้าที่ไม่เป็นการเพิ่มภาระให้แก่หน่วยงานของรัฐทาง คณะแพทย์จึงเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุนด้านกำลังจากหน่วยงานอื่นเข้ามาภายในวัดเว้นแต่ทางคณะจะร้องขอในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน

6. คณะแพทย์พยาบาลอาสาวัดพระธรรมกาย ครีมกู้ชีพรัตนเวชต้องดูแลประชาชนที่อยู่ภายในวัดกว่า 10,000 คนซึ่งบุคลากรในขณะนี้มีจำนวนเพียงพอแต่การปิดกั้นยืดเยื้อเป็นเวลานาน ทำให้บุคลากรที่อยู่ภายในวัดต้องรับภาระหนักจนเป็นความเหนื่อยล้าจึงใคร่ขอความกรุณาให้บุคลากรส่วนที่เหลือที่อยู่ภายนอกวัดที่ไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่ได้สามารถเข้ามาสับเปลี่ยนหมุนเวียนได้อย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้งครั้งละ 10-15 ท่าน

7. ขอช่องทางการสื่อสารที่ใช้การได้อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับการประสานงานของคณะแพทย์พยาบาลอาสาวัดพระธรรมกาย ทีมกู้ชีพรัตนเวช และการติดต่อกลับ 1669 เพื่อส่งต่อผู้ป่วย

8. เนื่องจากปริมาณประชาชนจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่ก็เจ็บป่วยเล็กน้อยสามารถรักษาภายในวัดได้แต่ปริมาณยาที่มีเริ่มไม่เพียงพอจึงขอความอนุเคราะห์ให้อำนวยความสะดวกเรื่องการจัดหาการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ตามที่คณะแพทย์พยาบาลอาสาวัดพระธรรมกาย ทีมกู้ชีพรัตนเวชเห็นว่าสำคัญและเท่าที่จำเป็น

 

ท้ายนี้ขอขอบพระคุณหน่วยงานของรัฐและอาสาสมัครกู้ชีพทุกหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ 1669 ที่ได้ปฏิบัติงานร่วมกันด้วยความมีน้ำใจและมีประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพของพระภิกษุ สามเณร สาธุชนภายในวัด และขอความเมตตาของดีเอสไอและรัฐบาลช่วยอนุเคราะห์ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องทางคณะแพทย์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมอันน่าเศร้าเกิดขึ้นแก่ประชาชนคนไทยอีกเลย


       อย่างไรก็ตามเมื่อมีการตรวจสอบว่ากาชาดสากลที่หมวยอ้างนั้น คือหน่วยงานใด หรือ องค์กรที่เกี่ยวข้องกับอะไรนั้น ก็พบข้อมูลว่า คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ( International Committee of the Red Cross; ICRC ) เป็นองค์กรมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในประเทศสวิสเซอร์แลนด์เมื่อปี พ.ศ. 2406 โดยการนำของ นายอ็องรี ดูว์น็อง มีสำนักงานที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ประเทศสมาชิกยอมรับให้เป็นองค์กรอิสระ ตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International humanitarian law) แห่งอนุสัญญาเจนีวา (Geneva Conventions) ซึ่งถือเป็นกฎหมายนานาชาติตามธรรมเนียม มีภารกิจทั่วโลกในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบและสถานการณ์ความรุนแรงอื่นๆ ซึ่งรวมถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม ผู้ลี้ภัย เชลยสงคราม และพลเรือนที่ได้รับผลกระทบ

 

       การจัดตั้งสำนักงานของ ICRC นั้นขึ้นอยู่กับระดับของการสู้รบและสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่นั้นๆ ปัจจุบัน ICRC มีเจ้าหน้าที่ 11,000 คนปฏิบัติงานอยู่ในสำนักงานมากกว่า 80 ประเทศทั่วโลก สำนักงานใหญ่ของ ICRC ตั้งอยู่ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีสำนักงานภูมิภาคกรุงเทพฯ ทำงานครอบคลุมประเทศไทย กัมพูชา ลาวและเวียดนาม

       ภารกิจของ ICRC การพยายามทำให้พลเมืองผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสู้รบและเหตุการณ์ความรุนแรงได้รับการละเว้นและปกป้อง  เข้าเยี่ยมเชลยสงครามและผู้ต้องขังจากข้อหาความมั่นคง ส่งข้อมูลข่าวสารให้สมาชิกในครอบครัวที่ต้องพลัดพรากเนื่องจากการสู้รบ  สืบหาผู้สูญหายอันเนื่องมาจากสงครามและความไม่สงบ ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นทางด้านการแพทย์  จัดหาอาหาร น้ำสะอาด สาธารณูปโภคและที่พักพิงชั่วคราวแก่ผู้ประสบภัยจากสงคราม เผยแพร่กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ  เฝ้าสังเกตการบังคับใช้เพื่อให้มีการปฏิบัติตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ  ช่วยผลักดันการพัฒนาข้อกฎหมายและอนุสัญญาต่างๆให้ทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน  ลดผลกระทบจากกับดักระเบิดและซากอาวุธอื่นๆที่มีต่อผู้คน ให้การสนับสนุนการทำงานของสภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์การสู้รบและความรุนแรงอื่นๆ

 

 

 

เรียบเรียงโดย : ศิริพงศ์ สำนักข่าวทีนิวส์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ศิริพงษ์ หนูแก้ว