เปิดเรื่องเล่าจากคุณหญิงต้นผู้รับใช้เรื่องส่วนพระองค์คู่พระราชหฤทัยในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

เปิดเรื่องเล่าจาก"คุณหญิงต้น"ผู้รับใช้เรื่องส่วนพระองค์คู่พระราชหฤทัยในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

Publish 2017-08-12 11:50:22


สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่ทรงฉลองพระองค์งดงามที่สุดในโลก พระองค์ทรงเป็นตัวแทนสุภาพสตรีไทยและตัวแทนประเทศไทยที่ทรงนำความงดงามตามแบบไทยออกไปเผยแพร่ให้ชาวโลกได้รับรู้และชื่นชม จนทำให้เครื่องแต่งกายของไทยได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ขณะเสด็จฯ เยือนต่างประเทศทรงฉลองพระองค์แบบสากลที่เรียบง่ายแต่สง่างาม ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งชาติที่มีพระราชินีทรงมีพระสิริโฉมและพระจริยวัตรที่งดงาม ทำให้เกิดกระแสความนิยมแต่งกายแบบไทย และการใช้ผ้าไทยในวงสังคมอย่างกว้างขวางขณะเสด็จฯเยือนต่างประเทศ ทรงฉลองพระองค์แบบสากลที่เรียบง่ายแต่สง่างาม โดยผู้ออกแบบฉลองพระองค์ถวายมักเป็นช่างคนไทย

โดยทางทีมข่าวเจอดี(สำนักข่าวทีนิวส์)ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษหม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือ คุณหญิงต้น เป็นบุตรีของหม่อมราชวงศ์ยงสวาสดิ์ กฤดากร อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กับท่านผู้หญิงวิยะฎา กฤดากรฯ ณ อยุธยา มีน้องชายหนึ่งคน คือ หม่อมหลวงชโยทิต กฤดากร สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนจิตรลดา และปริญญาตรี เอกประวัติศาสตร์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หม่อมหลวงปิยาภัสร์ สมรสกับ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันการพลศึกษา บุตรของจำนงค์ ภิรมย์ภักดี กับคุณหญิงสุภัจฉรี ภิรมย์ภักดี มีบุตร 3 คน คือ
1. จิตภัสร์ กฤดากร
2. นันทญา ภิรมย์ภักดี
3. ณัยณพ ภิรมย์ภักดี



โดยคุณหญิงต้นได้บอกเล่าเรื่องราวหลังการเสียชีวิตของท่านผู้หญิงวิยะฎาผู้เป็นมารดา ที่ประสบอุบัติเหตุเหตุเฮลิคอปเตอร์ซูเปอร์พูม่าตกที่จังหวัดนราธิวาส เป็นอุบัติเหตุที่เกิดเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2540 เมื่อเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งในขบวนเสด็จฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จำนวน 6 ลำ เดินทางจากบ้านโต๊ะโมะ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส มุ่งหน้ากลับพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ชนยอดเขา ตกกลางป่าบริเวณเทือกเขาลิจอ บ้านไอปาเกาะ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส เมื่อเวลา 19.45 น. และอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่เสียชีวิตรวม 14 ท่าน คือ


- ท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ราชเลขานุการในพระองค์
- คุณทวี มณีนุช พระอภิบาลใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์
- ท่านผู้หญิงวิยะฎา กฤดากรฯ ณ อยุธยา นางสนองพระโอษฐ์
- ท่านผู้หญิงทัดสมัย เศวตเศรณี ข้าหลวงในพระองค์
- พลเรือโท วทินนา พึ่งพระเกียรติ
- นางสาวฉายฉาน บุญลือพันธ์
- นางสาวปิยะนาถ นิลอุบล
- พันโท นายแพทย์ ภากร ภาวิจิตร
- พันเอก (พิเศษ) อนนท์ ยังพัธนา
- พันเอก ยิ่งยศ ศรีเจริญ
- พันเอก อุดม กระจ่างสุด
- นาวาอากาศโท อวยชัย สินนาค
- นาวาอากาศตรี สุทิน คงเนียน นักบิน
- เรืออากาศเอก นิรุช ดอนพนัส นักบินผู้ช่วย

จนกระทั่งคุณหญิงต้นได้เข้าถวายงานบางส่วนในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2541 จนถึงปัจจุบัน เช่น การตามเสด็จ และถวายงานเกี่ยวกับฉลองพระองค์ และสิ่งของต่างๆ ที่ต้องประสงค์ รวมทั้งจะเป็นผู้หนึ่งที่เดินแบบถวาย เมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯ นำแฟชั่นโชว์ผ้าไหมไทยไปแสดงในประเทศต่างๆอีกด้วย



ทั้งนี้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงโปรดผ้าไหมเป็นอย่างมากทรงมีพระราชนิยมเรื่องการทรงผ้าไทยมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรมาตั้งแต่พ.ศ.2498 และต่อมาได้ทรงแปรพระราชฐานเพื่อทรงติดตามพระราชกรณียกิจภาคต่างๆทุกปี ทรงพบเห็นความเป็นอยู่ที่ยากลำบากทุรกันดาร โดยเฉพาะอาชีพการเกษตรของราษฎรที่พึ่งพาฝนตามฤดูกาล จึงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะบรรเทาทุกข์ของราษฎรโดยทรงตั้งโครงการตามพระราชดำริต่างๆ ทรงมีเป้าหมายเพื่อทรงช่วยเหลือราษฎรอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่พระราชทานข้าวของ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือระยะสั้น หากแต่ทรงหวังว่าราษฎรจะอยู่ดีกินดีกว่าเดิมในระยะยาว โดยลูกหลานได้รับการศึกษายกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น


ทรงสร้างสรรค์ชุดไทยพระราชนิยมถึง 8 แบบ มีนามตามพระที่นั่งและพระตำหนักต่างๆ ดังนี้ ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยจักรี ชุดไทยดุสิต ชุดไทยศิวาลัย ชุดไทยจักรพรรดิ และพระราชทานให้เป็นชุดไทยพระราชนิยมของสตรีไทย เพื่อใช้ในโอกาสต่างๆกัน ทั้งงานกลางวันและกลางคืน นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ชุดประจำชาติของไทยได้เผยความงามในโอกาสต่างๆ เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ผ้าไหม เครื่องประดับต่างๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของสตรีไทยยุครัชกาลที่ 9 และได้ทรงเผยแพร่ความงามของชุดไทยให้เป็นที่ประจักษ์สู่สายตาขาวโลก แม้ในการเสด็จฯเยือนต่างประเทศเป็นที่กล่าวขวัญอย่างมากมาย ทรงได้รับการจารึกพระนามลงในสถาบันอนุรักษ์แฟชั่นถาวรของโลก เนื่องจากทรงได้รับการโหวตเป็นสตรีผู้แต่งกายดีเด่นของโลกถึงสามครั้ง และทรงได้รับยกย่องเป็นพระราชินีที่สวยที่สุดในโลก

หากย้อนกลับไปในปีพุทธศักราช 2513 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดนครพนม ทำให้นาข้าวล่มเสียหาย เมื่อน้ำลดลงแล้วพระบาทสมเด็จพระปรมินทรามหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัย เพื่อพระราชทานสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือนร้อน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทอดพระเนตรเห็นหญิงชาวบ้านมารับเสด็จ เพื่อมารับพระราชทานสิ่งของ ล้วนแต่นุ่งซิ่นไหมมัดหมี่และนั่งรอรับเสด็จบนพื้นน้ำแฉะๆ แม้กระนั้นความงามของผ้าไหมมัดหมี่ก็เป็นที่สบพระอัธยาศัยยิ่งในการเสด็จฯ ครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปรารภว่า การนำสิ่งของไปแจกเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทำอย่างไรจึงจะทำให้ชาวบ้านช่วยเหลือตัวเองได้ในระยะยาว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงตระหนักในพระราชหฤทัยทันทีว่าชาวบ้านเหล่านี้ แม้จะยากจนก็ใส่ผ้าไหมมัดหมี่กันหมด จึงควรส่งเสริมให้ทำงานฝีมือที่พวกเขาคุ้นเคย คือการทอผ้าไหมมัดหมี่ไว้เป็นอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว ยามเกิดภัยแล้ง น้ำท่วม หรือนาล่ม เป็นต้น

ที่จังหวัดนครพนมนี้เองจึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการผ้าไหมมัดหมี่ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยการส่งเสริมการทอผ้าไหมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ชาวบ้านทำกันได้เองโดยไม่ต้องมีครูไปให้การอบรม เนื่องจากเป็นมรดกตกทอดกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ทุกครัวเรือนรู้จักการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้าใช้กันเองอยู่แล้ว หากทรงส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ให้เขาทอได้มากขึ้นจนนำออกขายเป็นรายได้ ก็จะตรงกับพระราชปรารภในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในช่วงแรกของการส่งเสริมการทอผ้าไหมมัดหมี่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พระองค์ทรงขอให้ชาวบ้านทอผ้าไหมเพิ่มขึ้นจากที่ทำไว้ใช้ในบางโอกาส เช่น งานทำบุญและงานแต่งงาน โดยจะทรงรับซื้อไว้สำหรับตัดเย็บเป็นชุดฉลองพระองค์ ทรงตรวจคุณภาพผ้าไหมมัดหมี่ที่ได้รับมาและทรงมีพระราชดำรัสให้เจ้าของผู้ทอผ้าผืนที่สวยเป็นพิเศษทอเป็นปริมาณที่เพิ่มขึ้น พร้อมพระราชทานคำแนะนำเกี่ยวกับพันธุ์ไหม สีย้อม ลวดลายและคุณภาพของผ้าไหมมัดหมี่แก่เจ้าของผ้าด้วย


จนกระทั่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซึ่งเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเริ่มมีผู้ประสงค์ร่วมบริจาคเงินในโครงการส่งเสริมการทอผ้าไหมมัดหมี่และโครงการอาชีพเสริมอื่นๆ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์” จึงได้ถือกำเนิดขึ้นในปีพุทธศักราช 2519 ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเผยแพร่การใช้ผ้าไหมทอพื้นเมืองโดยเฉพาะไหมมัดหมี่

โดยทรงเป็นผู้นำการใช้ผ้าไหมมัดหมี่ในทุกโอกาส ทั้งโปรดให้ข้าราชบริพารใช้ด้วย เพื่อร่วมกันช่วยเหลือและส่งเสริมให้ราษฎรมีรายได้เพิ่มขึ้น ในส่วนพระองค์จะโปรดใช้ผ้าไหมมัดหมี่ฉลองพระองค์ทั้งแบบไทย และแบบสากล ทรงใช้ฉลองพระองค์เหล่านี้ในการเด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆทั้งภายในประเทศ และเวลาเสด็จฯ เยือนต่างประเทศ ในด้านการเผยแพร่ผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระวิริยะอุตสาหะทุกวิถีทางที่จะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้เห็นความงดงามที่มีคุณค่าของผ้าไทย โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นำผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทยจากโครงการศิลปาชีพไปจัดแสดงทั้งในประเทศ นับได้ว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นผู้ฟื้นฟู อนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่ผ้าไทยศิลปะอันลำค่าของชาติให้ดำรงคงอยู่ปรากฏเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย และเป็นความชื่นชมของชาวโลกได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง จึงเป็นสิ่งที่พสกนิกรชาวไทยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นที่ล้นพ้นหาที่สุดมิได้

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล: หม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี และ ภูมิปัญญาผ้าไทย

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธราวุฒิ ฤทธิอักษร

ติดตามข่าวอื่นๆ