โผล่อีกราย!!! "เด็กพิเศษ" โดน "ผอ." ตบแก้วหูทะลุ! แม่ช้ำเห็นต่อหน้าต่อตา! ซ้ำยังให้เซ็นต์ออก!?! (รายละเอียด)

Publish 2018-06-23 19:08:28



กลายเป็นกระแสอีกแล้วเกี่ยวกับโรงเรียนที่ทำพฤติกรรมกับเด็กนักเรียนอย่างไม่เหมาะสม ล่าสุดมีเฟซบุ๊ก "ณัฐกานต์ อนันต์ชัยพัทธนา" ได้เผยแพร่เรื่องราวสุดสะเทือนใจ พร้อมขอความช่วยเหลือ เนื่องจากลูกชายเป็นเด็กพิเศษ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ถูกผู้อำนวยการโรงเรียน ตบจนแก้วหูทะลุ ซ้ำยังให้เซ็นต์ย้ายเด็กคนดังกล่าวออกจากโรงเรียน 

 

 



โดยมีเรื่องอยู่ว่า อยากจะขอคำปรึกษา และขอความช่วยเหลือ น้องโดน ผอ. ตบจนแก้วหูทะลุ เรื่องมีอยู่ว่า น้องเป็นเด็กพิเศษค่ะ อาการคือจะมีอารมณ์โกรธและโมโหจนคุมตัวเองไม่ได้ เมื่อถูกล้อหรือโดนภาวะกดดันไปกระตุ้นอารมณ์ ต้องได้พบแพทย์อย่างต่อเนื่อง และทานยาทุกวัน แต่การใช้ชีวิตโดยทั่วไปเหมือนเด็กปกติค่ะ

และเมื่อวันที่ 4 มิ.ย 61 เด็กเล่นกันแล้วเกิดการทะเลาะกันแล้วก็จับแยกแล้วให้ขอโทษกัน แล้วสืบเนื่องมาวันที่ 5 มิ.ย 61 ครูเวรได้นำเรื่องไปเล่าผ่านเครื่องกระจายเสียงของโรงเรียนและบอกให้น้องขึ้นไปพูดเล่าเรื่องเมื่อวานเพียงลำพัง ซึ่งทำให้เด็ก เด็กมีภาวะอารมณ์ไม่ปกติอยู่แล้ว จึงเกิดความอับอายและโมโหจนคุมสติไม่อยู่ น้องก็วิ่งไปหาคุณครูและกรีดร้องความคุมอารมณ์ไม่ได้ 

ผอ.จึงนำสายนกหวีด มัดมือน้องไพล่หลังไว้ และระหว่างนั้นครูประจำชั้นโทรเรียกคุณแม่มาที่โรงเรียน พอจังหวะที่คุณแม่ไปถึงได้ เห็น ผอ.กำลังฉุกกระชากเด็กนั่งลงกับพื้นแล้วใช้มือขวาตบเข้าที่ข้างหูขวาของน้องอย่างแรง คุณแม่รีบวิ่งไปกอดน้องในสภาพที่ผวาและตัวสั่นและน้องบอกคุณแม่ว่า "หูลูกไม่ได้ยินแล้ว" คุณแม่ช็อกและตกใจกับเหตุการณ์นั้นมากจนพูดอะไรไม่ออกได้แต่กอดน้องไว้จนตัวสั่น

 

 

 

 

 



หลังจากนั้น ผอ. ท่านก็เรียกให้คุณแม่ไปพบในห้อง แล้วบอกคุณแม่ว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปไม่ต้องพาน้องมาเรียนที่นี้แล้ว ให้คุณแม่เซ็นใบย้ายน้องออกไปเรียนที่อื่นโดยให้เหตุผลว่าย้ายติดตามผู้ปกครอง คุณแม่รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องหลังจากนั้นคุณแม่พาน้องไปหาหมอ หมอให้ใบรับรองแพทย์มา ว่า"แก้วหูทะลุ"

ตอนนี้คุณแม่กำลังหาโรงเรียนให้น้อง ซึ่งยังไม่มีที่เรียน และเนื่องจาก น้องอยู่กับแม่2คน เช่าหออยุ่ด้วยกัน หากน้องไปเรียนที่ไหน คุณแม่ต้องย้ายหอไปอยู่แถวนั้น เพื่อให้น้องเดินไปเรียนเองได้
อยากจะขอความช่วยเหลือ และขอคำปรึกษา จากพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ หากโรงเรียนไหนยังรับนักเรียนอยู่ ขอรบกวนช่วยแจ้งหน่อยค่ะ น้องอยู่ชั้น ป.5 ค่ะ

 

 

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ก็ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดาชาวเน็ตอย่างหนักหน่วง พร้อมแชร์กันเป็นจำนวนมาก

 

 

 

 

ขอบคุณที่มา ณัฐกานต์ อนันต์ชัยพัทธนา



เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย


Suggess News