เตือนมรสุมทวีกำลัง กรมอุตุฯประกาศพยากรณ์อากาศในช่วง 7 วันนี้ ประเทศไทยมีฝนตกหนัก!

Publish 2018-06-23 16:37:39



กรมอุตุนิยมวิทยาออกพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้าตั้งแต่วันที่ 22-28 มิถุนายน 2561 ระบุในช่วงแรกลมมรสุมจะเริ่มอ่อนกำลังก่อนจะเพิ่มกำลังรุนแรงอีกครั้งในวันที่ 25-28 นี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือ



ระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน 2561 - 28 มิถุนายน 2561


การคาดหมาย    ในช่วงวันที่ 22-24 มิ.ย. บริเวณประเทศไทยจะมีฝนน้อย ส่วนในช่วงวันที่ 25-28 มิ.ย. บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 24-26 มิ.ย.ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย และชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา      ในช่วงวันที่ 22-24 มิ.ย. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนและประเทศไทยจะมีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 25-28 มิ.ย. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน

ภาคเหนือ    มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากทางตะวันตกของภาค ตลอดช่วงลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    ในช่วงวันที่ 22-24 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 25-27 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส

 

ภาคกลาง    มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส

 

ภาคตะวันออก    ในช่วงวันที่ 22-25 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 26-27 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)    มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)    มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล    มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส

 

ออกประกาศ 22 มิถุนายน 2561

 

สำหรับพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 23 มิถุนายน 2561 ณ เวลา  11.00น. พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ เว้นแต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนมากกว่าภาคอื่นๆ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย 

ส่วนบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมาห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร 
ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง 

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา    มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับ มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกมากกว่าภาคอื่นๆ และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง

 



พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 17:00 วันนี้ ถึง 17:00 วันพรุ่งนี้.


ภาคเหนือ    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง 
บริเวณจังงหวัดตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ 
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง 
บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น อุดรธานี บึงกาฬ นครพนม และสกลนคร 
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 


ภาคกลาง    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ 
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 


ภาคตะวันออก    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และตราด 
อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 


ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปัตานี ยะลา และนราธิวาส 
อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส 


ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 


ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร 


ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ 
ส่วนมากบริเวณจังหวัดตรัง และสตูล 
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส 


ตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 


ตั้งแต่จังหวัดพังงาลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. 
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ 
อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

 

 

 

ขอบคุณ กรมอุตุฯ



เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล


Suggess News