เละเป็นโจ๊ก!! "ไพศาล" จวก"อนาคตใหม่" ทบทวนจุดยืนตั้งพรรค ไม่ใช่สร้างความแตกแยก!-รองหัวหน้าพรรค ต้านทานไม่ไหวลบโพสต์!!

Publish 2018-06-14 13:10:32



จากกรณีที่พล.ท.พงศกร รอดชมภู  รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความเรียกมนุษย์เงินเดือนคือ "ไพร่สมัยใหม่"

ที่ได้ระบุว่า ..มาที่ตึกธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ สุขุมวิท ดูสภาพมนุษย์เงินเดือนรอบๆมาทานอาหารช่วงพักเที่ยง

ผมเรียกว่าไพร่สมัยใหม่ เราไม่ควรส่งลูกหลานเรียนเพื่อมามีสภาพเช่นนี้ครับ..

 

 



หลังจากข้อความนี้ได้เผยแพร่ออกไป ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างหนัก หลายคนมองตรรกะดังกล่าวสะท้อนให้ถึงวิธีคิดของผู้โพสต์ ที่ได้ดูถูกผู้ประกอบอาชีพสุจริต  เหยียดหยามศักดิ์ศรีความมนุษย์ ซึ่งแตกต่างจากอุดมการณ์พรรคอนาคตใหม่ 

 

ขณะที่ทางด้านนายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร วงษ์สุรรณ) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ถึงตรรกะดังกว่าของรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยได้แชร์โพสต์ของเพจดัง “The METTAD” พร้อมระบุว่า...พรรคการเมืองของประชาชน!!

 

 

ตั้งขึ้น เพื่อสร้างความสามัคคีภายในชาติ

ไม่ใช่ เพื่อการแบ่งแยกและทำให้แตกความสามัคคีภายในชาติ

12 ปีเต็มๆแล้ว ที่บ้านเมืองอยู่ในวิกฤต เพราะการสร้างความแตกแยกแตกสามัคคี

ถ้าจะเป็นพรรคการเมืองของประชาชน ต้องทบทวนจุดยืนท่วงทำนองเยี่ยงนี้

 

 

 

ทั้งนี้ได้มีผผฃู้ร่วมแสดงความคิดเห็น เป็นจำนวนมาก อาทิ

"พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแบ่งแยกประชาชน นับเป็นพรรคการเมืองที่มีความคิดต่ำถ่อยสถุลมาก ผู้มีอำนาจรู้แล้วปล่อยอยู่อย่างนี้ มันจะต่างอะไรกับมะเร็งที่ไม่รีบรักษาเล่า จะรักษาตอนใกล้จะตายแล้วคงไม่ทันดอกนะสูเอย คสช.ว2"

 

หรือ...

 

" คนยังสูงต่ำดำขาวไม่เหมือนกัน การประกอบอาชีพก็แล้วแต่จะเลือก ทำไมจึงดูถูกเขา คำพูดที่ก่อความเกลียดชังแต่เริ่ม คุณทำลายพรรคตัวเองตั้งเริม คงไม่รอดนะ น่าสงสารจริงๆ"

 

และ...

 

"ทัศนะดูถูกวิถีชีวิตคนอื่น มนุษย์เงินเดือนมีทั่วโลกไม่มีใครพร้อมที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจแต่แรกหรอก พรรคนี้มีแต่คนที่ขาดความเข้าใจในความเป็นมนุษย์เอาแต่ทัศนะตัวเองเป็นที่ตั้ง"

 

เป็นต้น



อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบบนหน้าเฟซบุ๊ก ของพล.ท.พงศกรอีกครั้ง  แต่กลับไม่พบโพสต์ต้นเรื่องดังกล่าว คาดว่าน่าจะลบโพสต์ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้โพสต์ข้อความขอโทษ มีเนื้อหาว่า..

 

เมื่อวาน ผมพูดเรื่องมนุษย์เงินเดือน ซึ่งหมายถึงข้าราชการและพนักงานบริษัทใหญ่ๆไปว่าเป็นไพร่สมัยใหม่

 

มีหลายท่านไม่พอใจ ผมเห็นว่าสมควรที่จะแสดงความเสียใจและขออภัยมาไว้ ณ ที่นี้

 

ส่วนเรื่องที่ว่าลูกหลานไม่ควรเรียนเพื่อมารับราชการหรือเป็นพนักงานบริษัทนั้น ไม่ได้หมายความว่าวิชาชีพนี้ไม่ควรมี เพราะยังไงก็จะมีอยู่

 

แต่เราต้องการให้เรียนหรือหาทักษะในการเป็นผู้ประกอบการจำนวนมากๆดีกว่า เรียนมาเหมือนๆกันแล้วมาแย่งกันสมัครงาน

 

ทั้งนี้เพราะพื้นฐานการผลิตนั้นยังมีความจำเป็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่มาก

 



เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม