ประสบการณ์สุดช็อก!!สาวสวยวัยแค่ 24 ปีท้องโต นึกว่าอ้วน ปล่อย 5-6เดือน พุงไม่ยุบโร่พึงหมอตรวจถึงตกใจ อาการเฉียดคนเป็นมะเร็ง!??

Publish 2018-05-22 12:14:48



บนเฟซบุ๊กผู้ใช้ชื่อว่า Dew Dararat ได้เเชร์ประสบการณ์อุทาหรณ์ สำหรับคนที่มีนิสัยดื่มน้ำน้อย ชอบดื่มน้ำเย็นๆ อั้นฉี่ ไม่ออกกำลังกาย จนท้องเริ่มโต เธอจึงสินใจไปพบหมอปรากฏว่า เธอเป็น " ถุงน้ำในรังไข่  เมื่อทำการผ่าตัดพบว่าขนาดของมันเท่าลูกบอลเด็ก ประมาณเกือบ20ซม. เเละเธอยังคงต้องไปตรวจทุกๆ3เดือนเพื่อเจาะเลือดวัดค่ามะเร็ง



ทั้งนี้เธอได้โพสต์รายละเอียดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุดังนี้ "  คิดอยู่หลายครั้งเหมือนกัน ว่าโพสต์ทางเฟสบุ๊คดีไหม..ดิวก็ให้คำแนะนำไปก็หลายคนเหมือนกันทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่มีคู่เป็นเพศเมีย เป็นว่าการกลับมาโพสต์ครั้งนี้ อยากพิมพ์ให้ผู้หญิงด้วยกันอ่านและใส่ใจสุขภาพทุกด้านให้มากที่สุด แม้กระทั่งห้องครัวที่เปรียบเหมือนโรงพยาบาล และอาหารเปรียบเสมือนยา..
 

 

 

 

 

หัวข้อในโพสต์นี้คือ “ ถุงน้ำในรังไข่ “

พฤติกรรมของดิว
-ดิวทำงานมาตั้งแต่เด็กเท่าที่จำความได้ เอาเป็นว่าใช้ร่างกายอยู่ตลอด เช่น ยก แบก ถือ ของหนักๆ (พฤติกรรมที่เป็นไปตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อม)

-ช่วงมัธยม นิสัยดื่มน้ำน้อย ชอบดื่มน้ำเย็นๆ อั้นฉี่ ไม่ออกกำลังกาย

-ประจำเดือนมา กะปริดกะปรอย มุ้งมิ้งตะมุตะมิ ประจำเดือนมาไม่ปกติ มาไม่ตรงวันกำหนด เดือนหนึ่งมาสองครั้งสามครั้ง

-อารมณ์หงุดหงิดเหวี่ยงได้เหวี่ยงดี ช้างตกมันชัดๆ55

-เครียดทีไรลงฮอร์โมน เครียดเยอะๆประจำเดือนมา

-ช่วงแดงเดือด นานทีปวดท้อง แต่ที่ปวดเสมอคือขาข้างขวา ปวดเข้ากระดูก ปวดชนิดที่ว่า “แม่มึงเอ้ยใครเล่นของเอาตะปูมาตอกกระดูกตูฟร่ะ!!!โอ้ยร้องห้ายยย”555

-พักผ่อนน้อย นอนน้อย นอนสองสามชั่วโมงคือนิพพาน ในสมองคิดแต่ งาน เงิน งาน เงิน ส่งตัวเองเรียนให้จบ ครอบครัวๆๆๆๆ

-คิดว่าผู้หญิงกับผู้ชายไม่ต่างกันทำได้เหมือนกัน ไม่ออเสาะร้อยพวงมาลัย ขอให้ชายใดช่วย ทุกอย่างฉันแกร่ง ฉันทำได้ ฉันลุย ฉันโอเครรรรร555

 

 

 

 

 

สาเหตุของการเกิด “ถุงน้ำในรังไข่”
-เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ (คุณหมอกล่าว)

-ประจำเดือนออกไม่หมด

-พฤติกรรมตามข้างบนที่พิมพ์ไปไม่มากก็น้อย..

ทำไมถึงรู้ตัว?
-ไม่มีอาการปวดท้องใดๆเลย

-ท้องค่อยๆโตขึ้น แต่คิดว่านั้น ครือออ พุง!ฉันอ้วน!ฉันแดรกเยอะมาก กรี๊ดๆแอร้ยๆอร่อยไปหมดทุกสิ่งอย่าง

-ประจำเดือนมาทุกเดือน กะปริบกะปรอย เป็นเรื่องปกติ

-อึดอัดสุดๆแต่คิดว่าคือพุงอยู่ตลอด ออกกำลังกาย , จัดระเบียบการกิน , หาข้อมูลต่างๆนานาสารพัด

-เลือกกิน ปรับพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ดีต่อสุขภาพ พัฒนาให้ดี

-ทดลอง สังเกต วิเคราะห์ สอบถาม

-พุงน้อยๆที่ก่อนผ่าไม่น้อยเพราะปล่อยเลยมาเรื่อยๆไร้แม้การสังเกต คิดว่าคือพุงอย่างเดียว ก็ปล่อยมาได้เกือบๆ5-6เดือน ที่โอ้วววว ตูไม่ไหวแล้วอึดอัดเฟ้ยยยยย”

-วิดีโอคลอไลน์หาแม่ 
ดิว : “ อิแม่ๆ ขี้ปุ๋มใหญ่ขนาด อึดอัด!! “
แม่ : “ เค้ววววว!! ไปตรวจหมอเลย ใหญ่แต้ว่า บ่ท้องก่าเนื้องอก “
ดิว : “โค๊ะะะะบ่ท้องบ่เอาเตื้อบ่พร้อม ตายล่ะๆอิเฮ้ย”
แม่ : “ ไปตรวจหมอเหียเน้อ กำเดียวอันน่ะ ถ้าท้อง ก็ไปหาเสื้อผ้าเก๋ๆเหมาะๆน่ารักๆ กินอาหารดีดีบำรุงเยอะๆ “
ดิว : “ ไปฝั่งว่า พูกไปตรวจหาหมอล่ะ เสียตังแหม่ล่ะ วู่ววว”


ณ โรงพยาบาล
ดิว : “ คุณพยาบาลค่ะ หนูพุงโตอ่ะ”
พยาบาล : “ ท้องสวยจังเลย ตอนพี่ท้องลูกคนแรกก็แบบนี้แหละ”
ดิว : (ม่ายยยยยย ยังไม่พร้อมเลยค่ะ)

คุณหมอ : อาการเป็นยังไงครับ 
ดิว : พุงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆค่ะหมอ พฤติกรรมทำงานหนู บลาๆ108พันอธิบาย
คุณหมอ : นอนบนเตียงนะครับ หมอขอดูท้องหน่อย
กดตรงนี้เจ็บไหม ตรงที่เจ็บไหม เหมือนคนท้อง
• อัลตร้าซาวด์•
-เป็นเนื้องอกที่รังไข่ข้างขวาชนิด ถุงน้ำ
-ถุงโตบีบปีกมดลูกคับท้องขยายจนจะถึงลิ้นปี่
-ต้องผ่าตัดออก
(ขอผ่าบิกินีน่ะคะๆคุณหมอ!!)

•ทำการผ่าตัด•
-เจาะสายน้ำเกลือครั้งแรกในชีวิตตอนอายุ 24 ปี
-วางยาสลบ (ฉีดยาเข้าเส้นที่หลังทรมานมากๆ)
-แอบขำก่อนผ่า..แฟนส่งหน้าห้องผ่า..
พยาบาล : คุณพ่อเข้าด้วยไหมค่ะ
คุณพี่ : อ่าาาแฟนผมผ่ารังไข่ครับ..


-ผ่าตัดเสร็จกว่าจะฟื้นก็สามชั่วโมง
-พักฟื้น3วัน2คืน หลังผ่าตัด
-กลับบ้านนอนเป็นหุ่นยนต์อยากทำอะไรก็ทำไม่ได้ อาการแบบผ่าคลอดมาก ซึ่งก็เหมือนหมอผ่าคลอดเลยจ้า แผลสวยมาก


-ก้อนเนื้อที่ผ่าออกมาขนาดเท่าลูกบอลลูกกลางๆหนัก3กก.
-ผลตรวจชิ้นเนื้อ..กำกึ่งมะเร็ง ระยะ0
-ผ่าตัดทั้งรังไข่และปีกมดลูกข้างขวาออก
การรักษาต่อ
-ย้ายมาเป็นคนไข้ของหมอเฉพาะทางด้านมะเร็ง
-ติดตามอาการทุกๆ3เดือน
-เจาะเลือดวัดค่าระดับมะเร็ง
-ฉีดสี หรือการทำ ..(จำไม่ได้ค่ะ รู้แค่ว่าทรมานที่สุดในชีวิต)
-ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
-ตรวจเลือดวัดค่าอยู่ตลอด


สรุป
-ติดตามอาการพบแพทย์ทุก3เดือน
-ตอนนี้ค่ามะเร็งปกติจาก47เป็น23(ค่ามาตรฐาน27ของโรงพญาบาลกรุงเทพ)
-ดิวผ่าตัดผ่านมาแล้วประมาณ6เดือน

คำชี้แจง
-มีพี่เข้ามาสอบถามพออาการคล้ายๆกับดิว เขารีบไปพบแพทย์ ทำการตรวจ
-และเจอก้อนเนื้อในมดลูกผ่าตัดออกมาเกือบ2กก.
-ไม่ได้ผ่าออกทั้งหมดและผลตรวจชิ้นเนื้อคือเป็นมะเร็ง
-ต้องทำคีโม
(เพราะอาการของพี่คนนี้ เลยอยากให้รู้ เพราะวันนี้ทราบข่าว ก็ตกใจไม่น้อย)


ถ้าอยากให้พิมพ์เรื่องหลังการผ่าตัดติดตามผล การเลือกกิน พฤติกรรม ตารางที่สมดุลย์กับชีวิตตัวเอง ไม่ได้ดีที่สุด แต่พัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ก็บอกมาได้นะคะเพื่อว่าอยากโพสต์อีก อ้ะ!!อย่าเหวี่ยงๆไปหาไรกินในตู้เย็นหน่อยจิ เอ้ะเวลานี้ต้องนอน..

***อย่าประมาท***
 



 

 

 

 

ผลชิ้นเนื้อของดิวที่ผ่าตัดและนำไปตรวจผลที่ได้ก้ำกึ่งเนื้อร้าย เลยขอเพิ่มบทความนี้ด้วยนะคะ

ดร. รุ่ง ร.พ. จุฬาส่งมาให้ น่าสนใจมาก

Shafin de Zane presents: What is Cancer?


นี่คือ สิ่งที่คุณ ไม่เคยคาดคิด มาก่อนเลยว่า จะมีผู้ใดกล่าวว่า - มะเร็ง คือ ธรรมชาติ
(Cancer is Natural)
มะเร็ง คือ ธรรมชาติ ของการปรับตัว ของเซลล์ อันเนื่องมาจาก การที่เลือดของเรา กลายเป็นพิษ เกินกว่าที่ เซลล์จะมีชีวิต ต่อไปได้ ถ้าหาก เซลล์เหล่านั้น ไม่ปรับตัว เซลล์เหล่านั้น จะป่วย และตาย เซลล์เหล่านั้น จึงตอบสนอง อย่างเป็น ธรรมชาติ ด้วยการผ่าเหล่า เพราะเซลล์ ในร่างกายมนุษย์ มีความสามารถ ที่จะปรับตัว เพื่อรับมือกับ การเปลี่ยนแปลง การปรับตัว ของเซลล์ จึงเป็นสิ่ง ที่เป็นธรรมชาติ
เป็นที่ น่าเสียดายว่า คุณหมอทั่วโลก บอกกับเราว่า วิธีการรักษามะเร็ง คือ การบำบัดด้วย-คีโม หรือ การทำลาย เซลล์มะเร็ง ด้วยรังสี แต่สิ่งที่คุณหมอ ไม่ได้บอกเราคือ ทำไมเซลล์มะเร็ง จึงผ่าเหล่า
ตั้งแต่แรก? อย่างไรก็ตาม- เมื่อสภาพแวดล้อม เปลี่ยนไป เซลล์อีกจำนวนมาก ก็จะผ่าเหล่า- ต่อไปอีก-ไม่เร็วก็ช้า นั่นเป็นสาเหตุ ที่เราพบเห็น
ผู้ป่วยมะเร็ง ถูกให้คีโม ดีขึ้นเพียงชั่วคราว แล้วกลับทรุด ลงไปใหม่อีก
จากมุมมอง ของเซลล์ หากมัน ไม่ผ่าเหล่า-มันจะต้องตาย การผ่าเหล่า ของเซลล์ จึงเป็นธรรมชาติ 
มะเร็ง แท้จริงแล้ว คือ วิวัฒนาการ ของกลุ่มเซลล์ ที่พยายามรอดตาย จากสภาพแวดล้อม ที่เป็นพิษ แต่ทั้งหมดนี้ ก็กลายเป็นสิ่งที่ ควบคุมไม่ได้ เพราะเซลล์เหล่านั้น ลงเอยด้วยการ- ฆ่าร่างกาย แต่นั้น ไม่ใช่ประเด็น ที่แท้จริง


มะเร็ง คือ วิวัฒนาการ ของกลุ่มเซลล์ ที่พยายาม จะรอดตาย ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นพิษอย่างสูง เราต้องพยายาม ทำความเข้าใจ ในประเด็นนี้ ให้ชัดเจน การพยายามฆ่า เซลล์เหล่านั้น -โดย ไม่ได้เปลี่ยนแปลง สภาพแวดล้อม เปรียบได้กับ การฆ่าแมลงวัน โดยไม่ได้พยายาม เอาขยะออกไป
เอาละ คุณจะลงมือ อย่างฉับพลัน- เพื่อปรับปรุง สภาพแวดล้อม ของคุณ อย่างรวดเร็ว ได้อย่างไร
มีวิธีการง่ายๆ ด้วยกัน 3 วิธีคือ:


วิธีที่ 1. หายใจลึกๆ - หายใจลึกๆ
สิ่งแรกที่กระตุ้น ให้เซลล์ผ่าเหล่า และ กลายเป็น เซลล์มะเร็ง คือ การขาดออกซิเจน
เซลล์มะเร็ง ปรับตัวเพื่อรอดชีวิต ในสภาพแวดล้อม ที่มีระดับ ออกซิเจนต่ำ ยิ่งมีออกซิเจน ต่ำเท่าไร เซลล์มะเร็ง ก็ยิ่งเติบโต ได้มากขึ้นเท่านั้น เพราะนี่คือ วิวัฒนาการ ของเซลล์ ที่ปกติต้องการ จะรอดชีวิต อยู่ได้ ในสภาพแวดล้อม ที่มีระดับ ออกซิเจนต่ำ - วิธีแก้ไขคือ หายใจลึกๆ ซึ่งเป็นการ ออกกำลังง่ายๆ ที่ทำได้ทุกเช้า เพื่อเพิ่ม ระดับออกซิเจน ให้กับเลือด
-- เดิน 5 นาที แล้วหายใจแบบนี้ คือ 
- หายใจเข้า 4ครั้ง ติดกัน กลั้นหายใจแล้วนับ 1 ถึง4
- หายใจออกช้าๆ 4 ครั้ง ติดกัน
ทำอย่างนี้ครับ
>>>> 1-2-3-4 <<<<
ทำอีกครั้งครับ
>>>> 1-2-3-4 <<<<
ผมหายใจเข้าทางจมูก >>>>
กลั้นใจแล้วนับ 1-2-3-4
หายใจออกทางปาก <<<<
หายใจ เข้าไปในท้อง ไม่ใช่หายใจ เข้าไปในอก นี่คือวิธีการหายใจ ที่ถูกต้อง ถ้าหากไม่มีที่เดิน ให้เดิน ในห้องนอน ของคุณ เพราะมันมีที่ พอสำหรับ
การออกกำลัง ของเราทุกวิธี


วิธีที่ 2 หยุดรับประทาน -กรด
สิ่งที่สอง ที่มากระตุ้นเซลล์ ให้ผ่าเหล่า กลายเป็น เซลล์มะเร็ง คือ สภาพแวดล้อม ที่เป็นกรด เพราะนั่นคือ การตอบสนอง ที่จะทำให้ เซลล์รอดชีวิตได้ ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นกรด เซลล์ที่ผ่าเหล่า จะตาย ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นด่าง และเติบโต ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นกรด คุณจะทำ ให้ร่างกายของคุณ เป็นด่างได้ ก็ด้วยการ รับประทาน
อาหารที่เป็นด่าง มากขึ้น
- น้ำผัก น้ำผลไม้สด มีประสิทธิภาพ สูงมาก
- งดน้ำตาล โคคา-โคล่า เปปซึ่ และ น้ำอัดลมทุกชนิด กาแฟ เนื้อสัตว์ นม บุหรี่ และ แอลกอฮอล์
- รับประทาน ผักสดสีเขียว ผลไม้สด น้ำด่าง และ น้ำมะพร้าว หากคุณ ต้องการเห็น การเปลี่ยนแปลง ของสุขภาพ อย่างน่าอัศจรรย์ ในระยะเวลาอันสั้น ดื่มน้ำผักสดปั่น ทุกเช้า โดยไม่ต้อง รับประทาน อะไรอีกเลย จนกว่าจะถึง มื้อเที่ยง -นำผักใบเขียว หลากชนิด มะเขือเทศ แตงกวา ปั่นกับน้ำสะอาด แล้วดื่ม คุณอาจจะคิดว่า มันไม่น่าดื่มเลย แต่มันไม่เลวร้าย และออกจะอร่อย ด้วยซ้ำไป เมื่อคุณ คุ้นเคยกับมัน


วิธีที่ 3 ดูแลร่างกายของคุณ
ความเครียด ทำให้ ระบบภูมิคุ้มกัน อ่อนแอ
ความเครียด คือ ฆาตกรเบอร์หนึ่ง และเป็นต้นเหตุ ที่ก่อให้เกิดโรค -ทุกโรค ความเครียด เพิ่มกรด และ ส่งผลกระทบ ต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ในร่างกาย มันจึงเป็นสิ่ง ที่สำคัญมาก ที่เราจะต้อง ทำจิตใจ ให้แข็งแรง เบิกบานอยู่เสมอ
คุณจะทำเช่นนั้น ได้อย่างไร ?
- ทำสมาธิ ดูหนังตลก ละเว้นจากการดู ข่าวร้าย
และ เรื่องเลวร้าย อ่านหนังสือดีๆ ที่ทำให้เกิด แรงบันดาลใจ หาสัตว์มาเลี้ยง พบเพื่อนใหม่ๆ สัมพันธภาพใหม่ๆ ปลดความทุกข์ ความสลดใจเก่าๆ และสิ่งเลวร้ายต่างๆ ที่ผ่านไปแล้ว

 

 

 

ขอบคุณที่มา : เฟซบุ๊ก Dew Dararat



เรียบเรียงโดย

มนันยา ไตรแก้ว


Suggess News