ถอดแบบเป๊ะๆ "ไอติม"หลานชาย"น้ามาร์ค" แท้จริงนักประชาธิปไตย หรือแค่เครืองมือชิ้นใหม่ เหตุไร้เดียงสาทางการเมือง !!!??

Publish 2018-04-17 12:08:12



คนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองอีกหนึ่งคนในการเดินหน้าเข้าสู่เส้นทางการเมือง ภายใต้มุ่งพรรคประชาธิปัตย์ ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ หลานชาย ของชายน้ามาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถอดรูปถอดแบบมาเป๊ะๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา หรือมุมมองทางการเมืองเรียกได้ว่ามา”ตะเภาเดียวกัน “ ด้วยการสร้างภาพลักษณ์ของการเป็นนักประชาธิปไตย

สำหรับไอติม พริษฐ์ คนรุ่นใหม่ไฟแรงที่หลายคนคิดว่านี่คือความหวังใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ โดยก่อนหน้านี้ไอติมถูกจับตาเป็นพิเศษเพราะ เมือช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมโดยไปรับหน้าที่เป็นพนักงานเก็บขยะเขตหนองแขม พร้อมกับขึ้นรถไปเก็บขยะตามบ้านเรือนประชาชน ไม่รู้ว่าได้หรือเสีย แต่ที่แน่ๆกลับถูกโซเชียลถล่มยับ เพราะหลายคนมองว่าเป็นการปูทางเข้าสู่การเมือง จนเจ้าตัวต้องออกมาปฏิเสธทันควัน

 ต่อมาวันที่ 22 มีนาคม ที่บิ๊กซีราชดำริ มีการจัดเสวนาภายใต้หัวข้อ อนาคตประเทศไทยไปทางไหน โดยมี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมเสวนา โยบางช่วงไอติม
ระบุว่า ในความฝันของตน ตนอยากเห็นประเทศที่มีความหลากหลาย และลดความเหลื่อมล้ำ ตนอยากให้คนไทยมีอิสระที่จะมีความเห็นต่าง มีอิสระภาพในการเลือกที่จะทำอาชีพอะไร เราต้องทำประเทศให้กลับมาอยู่ในระบอบประชาธิปไตย และไม่กลับอยู่ในระบอบอื่น นอกจากนี้ รัฐมีหน้าที่ต้องทำให้ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน มีโอกาสทางเศรษฐกิจ รายได้ เราอาจะต้องรื้อระบบบางอย่าง เช่น ระบบการศึกษาให้ทุกคนมีความรู้ สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เป็นต้น

นอกจากนี้ไอติมยังระบุอีกด้วย “ ประเทศไทยมีภัยคุกคาม 2 ด้าน คือ เผด็จการจากการทำรัฐประหาร และเผด็จการที่เห็นประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือที่ในการออกกฎหมาย และหาผลประโยชน์ ดังนั้น เราจึงต้องก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ก่อน คุณค่าของประชาธิปไตยไม่ได้มาจากเสียงข้างมาก แต่มาจากคุณค่าของความเชื่อมั่นในระบอบเสรีนิยมประชาธิปไตย”



จนกระทั่งล่าสุด15 เม.ย.61 ไอติมได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “พริษฐ์ วัชรสินธุ - Parit Wacharasindhu”  พูดคุยกับ“น้องหนูดี” น.ส.วิรัลพัชร รอดแก้ว หนึ่งในนิสิตจุฬาที่ไปชูป้ายขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครั้งที่นายกไปปาฐกถาพิเศษ  มาถือป้ายกระดาษพร้อมข้อความ “ชาวจุฬารักลุงตู่ (เผด็จการ)” ซึ่งมีการขีดฆ่าที่คำว่า “ลุงตู่” มีเนื้อหา

 

 “เมื่อวานได้มีโอกาสไปจิบกาแฟและพูดคุยกับน้อง หนูดี วิรัลพัชร หนึ่งในนิสิตจุฬาที่ไปชูป้ายแสดงความคิดเห็นทางการเมืองตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ มาพูดที่มหาวิทยาลัย

 

ขอชื่นชมความกล้าหาญของน้อง สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างสันติภาพเป็นหนึ่งในขาสำคัญของระบอบประชาธิปไตยที่เสรีนิยม สมบูรณ์แบบ และยั่งยืน

 

ดีใจที่น้องยอมสละเวลามาเจอกันในวันหยุด เดี๋ยวมาคุยกันต่อหลังพี่ออกมาจากค่าย โชคดีกับสอบและขอให้สนุกกับการฝึกงานครับ @ CentralPlaza Lardprao”

 

 

 



อย่างไรก็ตามจะผิดหรือถูกก็เป็นเรื่องที่สังคมต้องตัดสินต่อไป แต่ว่าอีกนัยหนึ่ง ที่ไอติมต้องรู้คือ ในวันนั้นเองพล.อ.ประยุทธ์ ได้เผชิญหน้ากับกลุ่มนิสิตดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้ห้ามหรือสั่งให้ยุติ เพียงหันไปเห็นเหตุการณ์จึงตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ว่า “ปล่อยเขาเถอะ อย่าไปทำร้ายอะไรเขา ปล่อยเขา ถ้าเขาไม่เข้าใจ ก็ปล่อยเขาไปนะ ปล่อยไปเถอะ คนเก่ง เยี่ยม เก่งมาก เวลาประเทศเสียหายก็ออกมาด้วยนะ” พร้อมทั้งยกมือชูนิ้วโป้งให้นิสิตกลุ่มดังกล่าว ถ้าท่านผู้ท่านท่านใด ยังไม่เห็นภาพ ชมคลิปได้เลย

 

 

แต่นิสิตกลุ่มดังกล่าวกลับเดินทางเข้าพบสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ UNOHCHR  เพื่อยื่นจดหมายและเรียกร้องความเป็นธรรม อ้างว่า มีเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ เป็นความพยายามปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นและเป็นการคุกคามนิสิตนักศึกษาอย่างร้ายแรง 

 

…ดูๆไปแล้ว วิธีการล่อให้หน่วยรปภ.ผู้นำเข้าไปสกัดตามหน้าที่ จงใจให้ปรากฏภาพความรุนแรงต่อหน้าสื่อเพื่อขยายวงให้กว้าง และไปร้องเรียนองค์กรสิทธิ์ฯ UN ต่างชาติ ตามสูตร ดังกล่าวคล้ายๆกับผลงานคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ของกลุ่มก้อนทางการเมืองไหน ท่านผู้อ่านก็ลองตัดสินใจ

 

และอีกเรื่องหนึ่งที่ไอติมต้องรู้ ในวันนั้นยังมีนิสิตอีกจำนวนมากที่ห้อมล้อม สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะระหว่างที่ปรากฏภาพต่อต้านก็ปรากฏภาพให้การต้อนรับเป็นยิ่งดี รักใคร่พล.อ.ประยุทธ์ และนี่ก็เป็นภาพหนึ่งที่แสดงออกตามสิทธิ-เสรีภาพ ตามครรลองประชาธิไตย เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ไอติม ก็ต้องควรที่จะไปพูดคุยกับนิสิตกลุ่มนั้น ไม่ต่างกัน

 

 



เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม


Recommend News