ย้อนรอย 9ปี สงคราม.. "สงกรานต์เลือด" ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเป็นผู้ชนะเราแพ้ ??

Publish 2018-04-16 15:59:34



ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับบรรยากาศชืนมื่นและความคึกคักของเทศกาลสงกรานต์ ได้สร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความประทับใจให้ทั้งชาวไทยชายต่างชาติ  แม้ว่าอาจจะมีบางกลุ่มบางก้อน ที่เล่นสนุกจนเกินความเหมาะสม ทั้งการ เมาสุรา และการทะเลาะวิวาทก็ตามแต่ อย่างน้อยๆก็เป็นเครื่องหมายแสดงถึงว่า บ้านเมืองของเรานั้นสงบสุขอยู่ดี ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ในขณะที่ประเทศอื่นอย่างซีเรียได้เปิดศึกโจมตี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาแถลงต่อสาธารณชนเรื่องการเปิดปฏิบัติการทางทหารโจมตีซีเรีย หลังผู้นำชาติพันธมิตรอย่างอังกฤษและฝรั่งเศสเห็นพ้องกัน โดยอ้างว่าเพื่อตอบโต้การใช้อาวุธเคมีโจมตีทางอากาศในเมืองดูมา พื้นที่ยึดครองของกลุ่มกบฏ ในเขตกูตาตะวันออก จนมีพลเรือนเสียชีวิตกว่า 70 คน

 

หากย้อนกลับมาดูเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมา เมื่อ9ที่แล้ว  เกิดเหตุความวุนวาย การชุมนุมป่วนเมืองจนถึงเผาเมืองในการการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง  จนต้องประกาศยุติงานสงกรานต์ไปกลางคัน และได้มีการเรียกช่วงดังกล่าว ว่าเป็น  "สงกรานต์เลือด"ปี 52

 

ปี 2552 นับเป็นปีแห่งความคุกรุ่นและเต็มไปด้วยความตึงเครียดจากสถานการณ์ทางการเมือง

หลัง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นเหตุให้มีกลุ่มผู้ประท้วง นำโดยแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เดินขบวนทางการเมือง  ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ถึง 24 เมษายน พ.ศ. 2552 ในกรุงเทพมหานครและพัทยาเพื่อขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและมีการสลายการชุมนุมด้วยทหารตามมา 

 

เหตุการณ์ส่อเค้าความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดชลบุรี วันที่ 11 เมษายน หลังผู้ชุมนุมบุกขัดขวางการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก และยกเลิกประกาศดังกล่าวในวันเดียวกัน ต่อมาวันที่ 12 เมษายน มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามมาในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลหลายพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบ และมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุมกับบ่อยครั้ง ก่อนเกิดเหตุสลายการชุมนุมตามมาในท้ายที่สุด ในช่วงเช้าวัน “สงกรานต์”



ในวันที่ 13 เมษายน กำลังทหารและตำรวจใช้แก๊สน้ำตา กระสุนจริงและกระสุนฝึกหัด เข้าสลายการชุมนุมที่บริเวณแยกดินแดงเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมมีการยึดรถโดยสารประจำทางมาจอดขวางตามถนนต่างๆ  ทั่วกรุงเทพมหานคร โดยมีบางคันถูกทำลาย และมีการจุดไฟเผาหลายคัน ขณะที่หน้าโรงพยาบาลสงฆ์ ได้มีคนเสื้อแดงนำรถสิบล้อบรรทุกถังแก๊สขนาดใหญ่ ของบริษัทสยามแก๊ส มาจอดไว้บริเวณหน้ารพ. 

 

 

 

ท่ามกลางบรรยากาศความวุ่นวายของบ้านเมือง บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะในต่างจังหวัดยังมีการเฉลิมฉลองตามปกติ แต่ในกรุงเทพมหานคร เหตุการณ์ความไม่สงบส่งผลกระทบอย่างมาก ทำให้สงกรานต์ปี 2552 ไม่คึกคักเอาเสียเลย

 

 

 

ถนนข้าวสาร แหล่งเล่นน้ำสำคัญของกรุงเทพมหานครต้องประกาศผ่านไมโครโฟนไปยังนักท่องเที่ยวทุกคนที่กำลังเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสารว่า ขอยุติการเล่นน้ำสงกรานต์ทั้งหมดและขอให้ทยอยเดินทางกลับบ้าน รวมทั้งขอให้ร้านต่าง ๆ ปิดเครื่องขยายเสียงด้วย เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ไม่เป็นปกติ จึงไม่รับรองความปลอดภัยของประชาชน.

 

ในครั้งนั้นมีการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมกระจ่ายในหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร อาทิ บริเวณสนามม้านางเลิ้งมุ่งหน้าแยกสะพานผ่านฟ้า, บริเวณแยกพระราม 9, บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า, บริเวณถนนเพชรบุรี ซอย 7, บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ, แยกตึกชัย, แยกมักกะสัน, บริเวณหน้าสถานี ททบ.5 สนามเป้า, บริเวณแยกดินแดง, บริเวณแยกหมอเหล็ง บนถนนราชปรารภ และสถานีดาวเทียมไทยคม ลาดหลุมแก้ว เป็นต้น



รัฐบาลจึงจัดตั้งกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขณะนั้น เป็นที่ปรึกษาอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และ พล.อ. ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

ในช่วงค่ำของวันเดียวกัน เกิดเหตุปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุม กับเจ้าหน้าที่และชาวบ้านหลายกลุ่มในตลาดนางเลิ้งจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

 

 

 

ท้ายที่สุดในวันที่ 14 เมษายน แกนนำ นปช.หลายคนเข้ามอบตัว การชุมนุมจึงสงบลง แต่เนื่องจากผู้ชุมนุมบางส่วนจะปักหลักชุมนุมกันต่อ ทำให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังจึงมีผลต่อไป จนนายอภิสิทธิ์ประกาศยกเลิกในวันที่ 24 เมษายน นับเป็นเหตุการณ์นองเลือดใน “วันสงกรานต์” ที่รุนแรงที่สุด ที่เคยปรากฏขึ้นสำหรับประเทศไทย

 

สิ่งที่รับรู้โดยทั่วกันก็คือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติ  การชุมนุมในครั้งนั้นสรุปได้ว่า ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเป็นผู้ชนะเราแพ้ ..

ท้ายสุดความรัก ความสามัคคีของคนในชาตินั้น สำคัญยิ่งนัก 



เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม


Recommend News