ชัยชนะแห่งพระองค์ดำ!! เปิดตำนาน “ไก่เชลย เหลืองหางขาว” ชัยชนะครั้งแรกตอนทรงพระเยาว์ สู่ "เจ้าพระยาไชยานุภาพ" ช้างกู้เมืองในสงครามยุทธหัตถี!!

Publish 2018-03-13 17:26:02



 

           คนไทยเราทราบดีว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ทรงกอบกู้เอกราชไทยคืนจากพม่า พระองค์ทรงมีบุญญาธิการอย่างสูงยิ่ง ทรงเอาชนะพม่ามาตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ เมื่อครั้งชนไก่กับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงเป็นองค์ประกันของหงสาวดี ต่อมาเมื่อพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ก็ทรงออกศึกจนเกิดเป็น สงครามครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์นั่นก็คือ การทำยุทธหัตถี จนได้รับชัยชนะ



 

        ในครั้งพระเยาว์นั้น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงโปรดการชนไก่มาก เมื่อครั้งไปเป็นองค์ประกันอยู่กรุงหงสาวดี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงนำ " ไก่เหลืองหางขาว " จากบ้านกร่างเมืองพิษณุโลก ไปชนชนะไก่ของพระมหาอุปราชาที่กรุงหงสาวดี การชนไก่ระหว่างพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า ในปี พ.ศ. ๒๑๑๒ เมื่อครั้งที่พระองค์ตกเป็นเชลยของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง และผลปรากฎว่า ไก่ชนของไทยเป็นฝ่ายชนะ ทำให้พระมหาอุปราชาเกิดโทสะและพิโรธมาก จึงตรัสเสียดสีเหยียดหยามสมเด็จพระนเรศวรว่า "ไก่เชลยตัวนี้เก่งจริงหนอ" สมเด็จพระนเรศวรจึงตรัสโต้ตอบเป็นเชิงท้าอยู่ในทีว่า “ ไก่ตัวนี้อย่าว่าแต่ตีพนันชนเอาเดิมพันเลย ถึงชนเอาบ้านเอาเมืองกันเมื่อไหร่ก็ได้” นับเป็นชัยชนะในวัยเยาว์ของพระองค์

 

 



 

 

          เช้าของวันจันทร์ แรม ๒ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง พ.ศ. ๒๑๓๕ สมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถทรงเครื่องพิชัยยุทธ สมเด็จพระนเรศวรทรงช้าง นามว่า เจ้าพระยาไชยานุภาพ ส่วนพระสมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงช้างนามว่า เจ้าพระยาปราบไตรจักร ช้างทรงของทั้งสองพระองค์นั้นเป็นช้างชนะงา คือช้างมีงาที่ได้รับการฝึกให้รู้จักการต่อสู้มาแล้วหรือเคยผ่านสงครามชน ช้าง ชนะช้างตัวอื่นมาแล้ว ซึ่งเป็นช้างที่กำลังตกมัน ในระหว่างการรบจึงวิ่งไล่ตามพม่าหลงเข้าไปในแดนพม่า มีเพียงทหารรักษาพระองค์และจาตุรงค์บาทเท่านั้นที่ติดตามไปทัน

 

 

         สมเด็จพระนเรศวรทอดพระเนตรเห็นพระมหาอุปราชาทรงพระคชสารอยู่ในร่มไม้กับเหล่าท้าว พระยา จึงทราบได้ว่าช้างทรงของสองพระองค์หลงถลำเข้ามาถึงกลางกองทัพ และตกอยู่ในวงล้อมข้าศึกแล้ว แต่ด้วยพระปฏิภาณไหวพริบของสมเด็จพระนเรศวร ทรงเห็นว่าเป็นการเสียเปรียบข้าศึกจึงไสช้างเข้าไปใกล้ แล้วตรัสถามด้วยคุ้นเคยมาก่อนแต่วัยเยาว์ว่า "พระเจ้า พี่เราจะยืนอยู่ใยในร่มไม้เล่า เชิญออกมาทำยุทธหัตถีด้วยกัน ให้เป็นเกียรติยศไว้ในแผ่นดินเถิด ภายหน้าไปไม่มีพระเจ้าแผ่นดินที่จะได้ยุทธหัตถีแล้ว" พระมหาอุปราชาได้ยินดังนั้น จึงไสช้างนามว่า พลายพัทธกอ เข้าชนเจ้าพระยาไชยานุภาพเสียหลัก พระมหาอุปราชาทรงฟันสมเด็จพระนเรศวรด้วยพระแสงของ้าว แต่สมเด็จพระนเรศวรทรงเบี่ยงหลบทัน จึงฟันถูกพระมาลาหนังขาด จากนั้นเจ้าพระยาไชยานุภาพชนพลายพัทธกอเสียหลัก สมเด็จพระนเรศวรทรงฟันด้วยพระแสงของ้าวถูกพระมหาอุปราชาเข้าที่อังสะขวา สิ้นพระชนม์อยู่บนคอช้าง

 

         แต่ในมหายาชะเวงหรือพงศาวดารของพม่า ระบุว่า การยุทธหัตถีครั้งนี้ ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรบุกเข้าไปในวงล้อมของฝ่ายพม่า ฝ่ายพม่าก็มีการยืนช้างเรียงเป็นหน้ากระดาน มีทั้งช้างของพระมหาอุปราชา ช้างของเจ้าเมืองชามะโรง ทหารฝ่ายสมเด็จพระนเรศวรก็ระดมยิงปืนใส่ฝ่ายพม่า เจ้าเมืองชามะโรงสั่งเปิดผ้าหน้าราหูช้างของตน เพื่อไสช้างเข้ากระทำยุทธหัตถีกับสมเด็จพระนเรศวรเพื่อป้องกันพระมหาอุปราชา แต่ปรากฏว่าช้างของเจ้าของชามะโรงเกิดวิ่งเข้าใส่ช้างของพระมหาอุปราชาเกิดชุลมุนวุ่นวาย กระสุนปืนลูกหนึ่งของทหารฝ่ายสมเด็จพระนเรศวรก็ยิงถูกพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  : https://th.wikipedia.org/wiki/สมเด็จพระนเรศวรมหาราช



เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ


Suggess News