ขุนศึกคู่พระทัยพระนเรศวร..สิ้นชีพในผ้าเหลือง!! เปิดประวัติ "พระราชมนู" ทหารเอกคู่พระทัย "พระองค์ดำ" ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน !!

Publish 2018-02-13 16:23:21



          แบบอย่างของข้าราชการไทย ที่รักชาติรักแผ่นดินจนสิ้นลมนั้นมีหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นพระยาพิชัยดาบหัก ทหารเอกคู่พระทัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และอีกหลายท่านที่ร่วมกอบกู้เอกราชมาคืนสู่แผ่นดินไทย เชื่อว่าหลายคนเคยได้ยินชื่อและทราบถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่นี้อยู่แล้ว



           แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือทราบถึงประวัติของทหารเอกคู่พระทัย "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" นั้นก็คือ เจ้าพระยาอัครมหาเสนาธิบดี หรือพระราชมนู ท่านเป็นแบบอย่างของข้าราชการไทย ที่รักชาติรักแผ่นดินจนสิ้นลม ผู้ร่วมกอบกู้เอกราชจากพม่า ในสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นับว่าท่านเป้นวีรบุรุษสามัญชนอีกท่านหนึ่งที่เสียสละเลือดเนื้อเพื่อแผ่นดิน

            เจ้าพระยาอัครมหาเสนาธิบดี หรือ พระราชมนู เป็นขุนศึกและสมุหพระกลาโหมคนสำคัญในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระราชมนู เกิดเมื่อไรและมีชื่อใดไม่ปรากฏแต่ได้ติดตาม สมเด็จพระนเรศวรมหาราชคราวประกาศอิสรภาพจึงสันนิษฐานว่าครอบครัวของพระราชมนูอาจถูกกวาดต้อนคราวเสียกรุงฯครั้งที่ ๑ ได้มีการกล่าวไว้ในพงศาวดารว่าพระราชมนูเป็นทหารที่เก่งกล้าและมีความสามารถ นอกจากนั้นยังเป็นทหารคู่พระทัยของสมเด็จพระนเรศวรอีกด้วย ซึ่งพระราชมนูมักออกศึกเคียงคู่พระนเรศวรในการตีเมืองต่างๆเสมอและสามารถชนะกลับมาได้เกือบทุกครั้งรวมถึงศึกยุทธหัตถีที่ตำบลหนองสาหร่ายอีกด้วย

            ภายหลังพระราชมนูได้รับการโปรดเกล้าจากสมเด็จพระนเรศวรให้เป็นออกญาพระสมุหกลาโหม แต่ประวัติของพระราชมนูมีอยู่น้อยมากเพราะมีการกล่าวถึงในพงศาวดารไม่กี่เล่ม พระราชมนูนั้นเคยรับพระราชบัญชาให้ไปตีเมืองโพธิสัตว์ (ปัจจุบันอยู่ในเขตพม่า) ซึ่งถือเป็นเมืองใหญ่ ในครั้งยังมียศเป็นคุณพระ ตอนนั้นองค์ดำเกรงว่าทัพน้อยของพระราชมนูจะไม่อาจเอาชัย จึงส่งทัพหลวงออกตามไปช่วย ปรากฏว่าเมื่อทัพหลวงไปถึง เมืองโพธิสัตว์ก็แตกเสียแล้ว ทัพหลวงไม่ต้องเข้าช่วยแต่อย่างใด

            นอกจากนี้พระราชมนูยังมีความบ้าบิ่นอย่างที่ใครๆในยุคนั้นไม่กล้า คือการขัดรับสั่งของพระนเรศ ในคราวตามเสด็จศึกพระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งพระราชมนูขัดรับสั่งถอนทัพโดยกล่าวว่า

"การรบกำลังติดพัน กลัวว่าถอยแล้วจะเป็นเหตุให้ข้าศึกตามตี"         



            เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้เสด็จขึ้นครองราชย์สืบต่อจากสมเด็จพระมหาธรรมราชา พระองค์จึงได้ปูนบำเหน็จให้พระราชมนูขึ้นเป็น เจ้าพระยาอัครมหาเสนาธิบดี ที่สมุหพระกลาโหม พระราชทานพานทอง น้ำเต้าทอง เจียดทองซ้ายขาว กระบี่ ฝวักทองและเครื่องอุปโภคต่างๆ

            ล่าสุดได้มีการค้นพบเจดีย์บรรจุอัฐิของเจ้าพระยาอัครมหาเสนาธิบดีหรือพระราชมนูพร้อมกับภริยาที่วัดช้างให้ บ้านน้ำผึ้ง ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง ทำให้ได้ทราบความจริงว่าพระราชมนูนั้นมีชื่อจริงว่า เพชร หรือ เพ็ชร เมื่อสิ้นรัชสมัยของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช แล้วพระราชมนูได้ลาออกจากราชการและมาบวชจำพรรษาที่วัดช้างให้จนมรณภาพซึ่งทางกรมศิลปากรได้เตรียมเข้ามาบูรณะปฏิสังขรณ์เจดีย์บรรจุอัฐิของพระราชมนูและภริยา

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/เจ้าพระยาอัครมหาเสนาธิบดี_(พระราชมนู)



เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ


Suggess News

Recommend News