แกล้งหลับตาข้างเดียว...??? เพิ่มคุมบัญชีสินค้า ก่อนค่าแรงขึ้น

Publish 2018-01-14 06:58:40



พาณิชย์เพิ่งตื่น ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาของแพง

จากการให้สัมภาษณ์ของพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุว่า คณะกรรมการพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำจากสามฝ่าย หรือ ไตรภาคี จะหารือเพื่อมีมติปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ไม่เกินวันที่ 15 ม.ค.นี้ เพื่อให้มีผลทันทีสิ้นเดือนนี้ตามข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ

โดยอัตราค่าแรงขั้นต่ำจะปรับขึ้นเท่าใดนั้น ที่ประชุมไตรภาคี จะพิจารณาจากหลายปัจจัยมาประกอบ เช่น ความเป็นอยู่ของแรงงาน ค่าครองชีพ และผู้ประกอบการ ยังมีกำไร และมีศักยภาพในการลงทุนแข่งขัน รวมถึงค่าแรงของประเทศเพื่อนบ้าน



ประเด็นเรื่องขึ้นค่าแรง ก็เป็นที่กังวลของประชาชนว่า ค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาสินค้า ราคาอาหาร ค่าเดินทาง จะขยับขึ้นไปด้วย ตามภาระที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการก็กลัวว่ากำไรจะลดลง ก็ผลักภาระนี้มาให้ประชาชนร่วมรับผิดชอบด้วย

ดังนั้น สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงรับออกมาให้สัมภาษณ์ว่า  ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 16 ม.ค. 2561 กระทรวงพาณิชย์จะเสนอรายการสินค้าควบคุมเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถใช้มาตรการทางการกฎหมายเข้ามาบริหารจัดการและดูแลได้ดียิ่งขึ้น โดยสินค้าที่จะเพิ่มเข้ามามีมากกว่า 6 รายการ เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่กระทบต่อประชาชน และสินค้าเกษตร ยืนยันว่าการเป็นสินค้าควบคุมไม่ได้หมายความว่า กระทรวงฯ จะเข้าไปทำอะไร เพียงแต่ต้องการดูแลอย่างใกล้ชิดเท่านั้น 

“ในการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้มีการทบทวนบัญชีรายการสินค้าที่ติดตามดูแล และรายการสินค้าควบคุมประจำปี 2561 ซึ่งมีหลายรายการที่จะเสนอเข้ามาอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุม เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเป็นพิเศษ” สนธิรัตน์กล่าว

 



รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับสินค้าที่จะเสนอเข้าสู่บัญชีควบคุม เช่น ยางพารา กลุ่มแชมพู สบู่เหลว เป็นต้น 

 ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ทำการศึกษาผลกระทบการปรับขึ้นค่าแรงแล้ว โดยศึกษาไว้ตั้งแต่การปรับเพิ่ม 2 บาทถึง 15 บาท ซึ่งหากปรับสูงสุด 15 บาทต่อวัน ประเมินว่าจะมีผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าสูงสุดประมาณ 1% โดยสินค้าที่ต้องจับตา ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ใช้แรงงานสูง เช่น ชุดนักเรียน ซึ่งจะต้องดูว่าจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะเข้าไปดูแลราคาสินค้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน

ส่วนการร้องเรียนเรื่องราคาอาหารและเครื่องดื่มที่จำหน่ายในสนามบินแพง ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในไปตรวจสอบโครงสร้างราคาสินค้าที่จำหน่ายภายในสนามบินว่าเหมาะสมกับต้นทุนหรือไม่ เช่น ค่าเช่า ตำแหน่งร้าน และค่าดำเนินการต่างๆ และรายงานกลับมาโดยเร็ว เพื่อที่จะได้มีมาตรการดูแลต่อไป
ทางด้านการดูแลค่าครองชีพ จะเน้นการนำกฎหมายมาดูแลราคาให้เหมาะสม เพื่อให้เป็นไปตามกลไก โดยในปีนี้จะเร่งดำเนินการเพิ่มร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่ติดตั้งเครื่องรับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ภายใต้โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 2  ให้ได้อีก 2 หมื่นแห่ง ภายในเดือน มี.ค.นี้ นอกจากนี้ยังจะดูแลผู้มีรายได้น้อยให้หลุดพ้นจากความยากจน โดยการสร้างอาชีพ ดึงแฟรนไชส์เข้ามาช่วย

อย่างไรก็ตาม ในด้านแผนผลักดันการส่งออก ยังคงจะเดินหน้ารักษาตลาดการส่งออกไว้ เนื่องจากปี 2560 มีฐานตัวเลขที่สูง แต่ในปี 2561 จะรอประเมินตัวเลขจากทุกฝ่ายอีกครั้งในเดือน ก.พ.นี้ ซึ่งตัวเลขการส่งออกจะต้องตั้งตามศักยภาพของตลาด ไม่ได้ตั้งตัวเลขเพราะอยากได้.
 

 


เรียบเรียงโดย

บุษบา ศรีลาปัง


Recommend News